ไปทีหนึ่ง เจ็บ…ไม่ใช่ความฝัน!
ในที่สุดเธอก็อดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “หลวงพี่ ท่านเข้าใจภาษากระรอกด้วยเหรอคะ?”
ฟางเจิ้งตบหัวกระรอก ยิ้มน้อยๆ “จิตใจสื่อสารได้กับทุกสรรพสัตว์” คำพูดนี้ออกจะซับซ้อนนิดหนึ่ง เหมือนกำลังตอบอย่างแน่นอนและก็ไม่ใช่ ปัญหาบางอย่างเขาก็ตอบไม่ได้ตรงๆ ไม่อย่างนั้นจะอธิบายยาก เขาเองก็ขี้เกียจด้วย แน่นอนว่าตีมึนไป
เธอกลับมีท่าทีเหมือนกำลังตรึกตรอง เหมือนเข้าใจ ก่อนยืนขึ้นแสดงความเคารพฟางเจิ้ง “ขอบคุณหลวงพี่ที่ชี้แนะค่ะ”
ฟางเจิ้งงงงัน นี่เรียกว่าชี้แนะเหรอ? เขาแค่ไม่อยากถูกซักถามถึงแก่นความจริงก็เท่านั้น…บางครั้งนักต้มตุ๋นก็มาแบบง่ายมาก เพียงแต่คนที่ถูกต้มจะคิดซับซ้อนมากไปเอง
ฟางเจิ้งประนมสองมือแสดงความเคารพกลับ “อมิตาพุทธ สีกา ดึกแล้ว รีบลงเขาไปเถอะ บนเขาลมแรง กลางดึกหนาวด้วย”
ฟางเจิ้งไม่ได้โกหก ต้นฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือหนาวที่สุด แม้จะมีแดดแล้ว แต่หิมะเพิ่งละลาย ดูดซับความร้อนจำนวนมาก ลมพัดทีหนึ่งหนาวจนเข้ากระดูก แต่ก็ไม่ได้หนาวยะเยือกเหมือนเดือนสิบสอง
เธอเห็นแววตาฟางเจิ้งใสสะอาดมาก วาจาก็หวังดีกับเธอจากใจจริง เธอไม่ได้ยินคำพูดที่เป็นห่วงเธอด้วยความบริสุทธิ์แบบนี้มานานมากแล้ว คำพูดข้างกายส่วนใหญ่จะมีอะไรแอบแฝงไม่มากก็น้อยตลอด
คิดได้ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจลองดูกับเณรรูปนี้ ถอดแว่นตาดำลงนิ่งๆ เธอเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องจำหน้าเธอได้แน่ กระทั่งอาจจะกรีดร้อง