ญิง?” ฟางเจิ้งส่ายหน้า ไม่ได้สนใจอะไร ก่อนอ่านคัมภีร์ต่อ
เข้าสู่กลางคืน พลันมีคนแปลกหน้ามาที่วัด
“เสวี่ยอิงล่ะ?” ผู้กำกับอวี๋วางแก้วสุราลง ถามด้วยดวงตามึนเมา
“ใช่ พี่เสวี่ยอิงล่ะ?” หลินตงสือว่าเช่นกัน
“เสี่ยวหลิว แกเป็นนายหน้าของเสวี่ยอิงนี่ เธอล่ะ?” ผู้กำกับอวี๋ถาม
เสี่ยวหลิวทำหน้ามึนงง “ไม่เห็นนะครับ เมื่อกี้ยังอยู่เลยนี่ อ้อ เธอบอกว่าจะไปห้องน้ำ”
“ไปนานแค่ไหนแล้ว?” ผู้กำกับอวี๋ถาม
“หนึ่งถึงสองชั่วโมงแล้วครับ…” เสี่ยวหลิวพบสิ่งที่น่าขมขื่น เหมือนจะเกิดเรื่อง! โรคเก่าของเสวี่ยอิงกำเริบอีกแล้ว หนีไปอีกแล้ว!
ผู้กำกับอวี๋อึ้งไป “คะ…คือหนีไปแล้ว?”
เสี่ยวหลิวแบมือด้วยความจนปัญญา ทำหน้าว่าคุณเองก็เข้าใจ
ผู้กำกับอวี๋ยิ้มแห้งๆ “เธอไปไม่เป็นไร แต่ยังไงก็ควรจะบอกสักคำ ภูเขากันดารแบบนี้ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง? รีบติดต่อไป เสี่ยวหลิว แกไม่ต้องอยู่นี่แล้ว ไปตามหาเสวี่ยอิง อยู่กับเธอไว้”
เสี่ยวหลิวรีบโทรศัพท์ สรุปคือ “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้”
พอได้ยินว่าไม่สามารถติดต่อทั้งกองถ่ายพลันตระหนกตกใจ! สตรีแนวหน้าวงการภาพยนตร์จีน ดาราภาพยนตร์ระดับโลกอย่างหลี่เสวี่ยอิงหายตัวไป! ปิดเครื่องอีก! นี่ถ้าเกิดเรื่องจะต้องฟ้าถล่มแน่ๆ!
ตอนนี้เองทุกคนไม่มีใจจะดื่มสุราแล้ว ผู้กำกับอวี๋ตะโกนอีกว่า “มัวเหม่ออะไรกัน? ต่อให้ต้องขุดดินสามสิบนิ้วก็ต้องหาหลี่เสวี่ยอิงให้เจอ จะเกิดเรื่องกับใครก็ไ