งเรื่องนี้ เปลี่ยนคน!” ผู้กำกับอวี๋โกรธแล้ว หนังเรื่องนี้สำคัญกับเขามาก ถ้าเกิดปัญหาขึ้นเพราะคนไม่จริงจัง แน่นอนว่าเขาต้องจัดการอีกฝ่ายแน่ๆ ที่เขาโมโหก็เพื่อบอกทุกคนว่า นิสัยเขาดีก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่โกรธ!
พอผู้กำกับอวี๋โกรธ ทุกคนต่างเงียบเป็นเป่าสาก ไม่กล้าออกเสียงใดๆ
ผู้กำกับอวี๋โบกมือ “ขึ้นเขา!”
ทุกคนถึงพากันขึ้นเขาไป
ตลอดทางไม่เจอปัญหาอะไรอีก แต่เจอตาน้ำพุ ทำให้ผู้กำกับอวี๋อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย ถึงยอดเขาทัศนวิสัยกว้างไกลขึ้น หิมะละลาย บนพื้นมีพืชป่าสีเขียวอ่อนปูแผ่ จนกระทั่งถึงสุดยอดเขา สีเขียวมรกต เปี่ยมด้วยชีวิต งดงามอย่างยิ่ง อีกด้านเป็นป่าไม้ ป่าส่วนใหญ่เป็นป่าต้นเข็ม สูงใหญ่เหยียดตรง มีความแข็งแรงเต็มสิบ
ทางซ้ายเป็นวัดเล็ก วัดไม่ใหญ่ เป็นสิ่งก่อสร้างโบราณทั้งหมด การก่อสร้างมีกลิ่นอายโบราณมาก กระเบื้องวัดสว่างไสว ไม่เหมือนกระเบื้องโบราณวัดอื่น มองปราดเดียวผู้กำกับอวี๋ก็ถูกใจวัดนี้ ส่วนวิวมีความแตกต่างไม่มาก เลยพูดขึ้นว่า “วัดนี่มีกลิ่นอายมาก ชื่อวัดเอกดรรชนีเหรอ?”
“ครับ วัดเอกดรรชนี ข้างในมีหลวงจีนรูปหนึ่ง นามทางธรรมฟางเจิ้ง” เหล่าเถาถูกต่อว่าไปยกหนึ่งแล้วก็พยายามนึกถึงข้อมูลบนเขาอย่างหนัก เลยอธิบายไปทันที
ผู้กำกับอวี๋พยักหน้า “ไปเถอะ ไปดูกัน”
เหล่าเถาได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจโล่งอก ไม่พูดเรื่องวิวนั่นหมายความว่าวิวผ่าน เขาน่าจะไม่ต้องม้วนเสื้อกลับบ้านแล้ว
ทุกคนมาถึงหน้า