วี๋ว่า “ฉันก็ถามดู เอาเถอะ ขึ้นไปดูด้วยกัน ถ้าได้ก็ติดต่อคนดูแลท้องถิ่นขอเช่าสถานที่ รีบถ่ายให้จบสักช่วงหนึ่ง อ้อ อย่าเพิ่งแจ้งเสวี่ยอิงนะ ทุกอย่างกำหนดไว้แล้ว ถ้าแจ้งเดี๋ยวเธอก็มาอีก”
“วางใจครับผู้กำกับ เสวี่ยอิงยุ่งขนาดนั้น เรื่องนี้ไม่ถึงเธอแน่ๆ” ผู้ชายยิ้ม
“ไป ขึ้นเขากัน” ผู้กำกับอวี๋พูดจบก็พากลุ่มคนเดินขึ้นเขาไป
“ผู้กำกับ ภูเขานี่ชันน่าดูเลยนะครับ แถมเส้นทางภูเขายังไม่ได้ซ่อมมานานด้วย ที่แบบนี้จะไหวเหรอครับ?” ตอนนี้เองผู้ชายผอมใบหน้ายาวรีบเดินเข้ามาถาม
“ไม่มีของสมัยนี้สิดี ไม่ต้องกลัวว่าจะมีอะไรขัดแย้งกันในฉาก ฉันว่าที่นี่ก็ไม่เลว มีกลิ่นอายโบราณมาก ถ่ายมาแล้วจะต้องดีแน่ๆ ไม่รู้ว่าบนเขาจะปลอดภัยไหม คงไม่มีสัตว์ป่าหรอกมั้ง?”
ผู้กำกับอวี๋เอ่ย
“สัตว์ป่า? ถ้ามีสัตว์ป่าจริงๆ พวกเรายังมีหลัวอู๋จื่ออยู่นะครับ แค่เอาไม้ตีมัน ไม่ว่าตัวไหนก็หนีกระเจิง” ชายผอมหน้ายาวหัวเราะ
“หลินตงสือ ช่างเถอะน่า นายอย่าชมฉันนักเลย ฉันไม่ใช่อู่ซงสักหน่อย…” ชายร่างกำยำเดินมาข้างหน้า ยิ้มพูดขึ้น คนนี้มีใบหน้าเป็นรูป国 มีรอยแผลเป็นมีดตรงคิ้ว มีกลิ่นอายดุร้าย คำพูดคำจาเด็ดเดี่ยวมาก มีความมั่นใจเต็บสิบ แม้จะเบี่ยงประเด็น แต่พลันตบหน้าอกตัวเองว่า “แต่ว่าถ้าลูกหมาป่าธรรมดาๆ ผมรับมือไหวนะ”
“เอาล่ะ ลูกหมาป่าจะมาจากไหน ภูเขานี่เป็นยอดเขาเดี่ยวนอกภูเขาฉางไป๋ ต่อให้มีหมาป่าก็อยู่ในป่าเขาลึกๆ นู่น” ผู้กำกับอวี๋ยิ้ม แต