ดับหก ไม่ยึดติดกับอักขระภาษา นี่ก็ถือว่าเขียนแล้วล่ะนะ แค่ประโยคเดียว เฮ้อ…แต่มันหมายความว่ายังไง?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า ยืนขึ้นเดินไปข้างนอก มองเทือกเขาไกลๆ พลางงึมงำ “ภูเขาคือภูเขา น้ำคือน้ำ? ภูเขาก็ต้องเป็นภูเขาไม่ใช่รึไง น้ำก็ต้องเป็นน้ำนี่…”
ฟางเจิ้งคิดไม่ออก เดินวนบนเขาหนึ่งรอบก็ยังไม่เข้าใจ สุดท้ายกลับเข้าไปในวัด เคาะมู่อวี๋ต่อ อ่านวัชรสูตร ในใจยังคงตรึกตรองอยู่ตลอดถึงความหมายของคำสวดนาสมาธิอย่างละเอียด นั่งครั้งนี้ใช้เวลาไปหนึ่งเดือน ในหนึ่งเดือนเขาใช้ชีวิตปกติ เวลาที่เหลือจะนั่งเคาะมู่อวี๋ อ่านคัมภีร์ ตรึกตรองถึงปัญหา
ในหนึ่งเดือนมีญาติโยมมาไม่ต่ำกว่าสิบกลุ่ม พวกเขาได้ยินเสียงมู่อวี๋กับเสียงอ่านคัมภีร์ของฟางเจิ้งแล้วสบายใจขึ้นเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็ไม่อยากรบกวนการสวดมนต์ ดังนั้นฟางเจิ้งเลยอยู่อย่างสงบ…
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
“ผู้กำกับ ที่นี่แหละครับ” ชายคนหนึ่งชี้ยอดเขา
ด้านข้างเป็นชายร่างท้วมมีหนวดเคราและจอนผม ไว้ผมเปียหางม้าเงยหน้ามองยอดเขา “นายมั่นใจนะว่าวิวข้างบนนี่ตรงกับฉากที่เราต้องการ?”
“ผู้กำกับอวี๋ ผมมั่นใจมาก คุณดูภาพนี้ นี่เป็นภาพถ่ายจากนักข่าวอำเภอซงอู่ ผมถามเขามาแล้วว่าถ่ายที่นี่จริงๆ เมื่อกี้ชาวบ้านก็บอกไม่ใช่เหรอครับว่าข้างบนเป็นแบบนี้? มีป่าเขา มีวัด มีที่ราบและก็ฟ้าคราม มองไกลๆ ยังมีเทือกเขาเสริมให้เด่นอีก นี่ไม่ใช่ที่นี่พวกเราตามหารึไงครับ?” ผู้ชายกล่าว
ผู้กำกับอ