“ความรู้สึกนั้นทำให้ฉันนอนหลับยากทุกคืน ฉันอยากรู้ว่าฉันจะเข้าใจอะไรกันแน่ นายพูดไอ้นั่นให้ฟังอีกทีได้ไหม?”
ฟางเจิ้งงุนงง ไม่นึกเลยว่าลิงที่ฟังธรรมแล้วตระหนักเลยตามมา คาดไม่ถึงเลยว่าการเทศน์จะเผยแพร่ข้ามเผ่าพันธุ์แบบนี้ได้จริงๆ นะ…นี่มันมหัศจรรย์ไปรึเปล่า? ตอนแรกที่เขาใช้ลิ้นบัวเบ่งบานก็รู้แล้วว่าพระธรรมแท้จริงไม่ใช่คำพูด แต่เป็นการสื่อสารผ่านจิตวิญญาณ เสียงที่เปล่งออกไปไม่จำเป็นต้องเป็นคำพูดเสมอไป มันเป็นเพียงวิธีการแสดงออกก็เท่านั้น
เร็วๆ นี้ฟางเจิ้งอ่านคัมภีร์เพิ่มเติมจึงเข้าใจอะไรมากมาย
ตอนนั้นพระโพธิธรรมาจากตะวันตก แต่สื่อสารไม่ได้เลยเทศน์ไม่ได้ ทว่าตอนนั้นพระธรรมนิกายหินยานของจีนแพร่หลาย ซึ่งนิกายหินยานก็เป็นภาษาสันสกฤตเหมือนกัน ดังนั้นการจะฝึกธรรมะเลยต้องเข้าใจภาษาสันสกฤตก่อน อีกทั้งยุคสมัยนั้น หลักสูตรวัฒนธรรมยังไม่เป็นที่นิยม คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักอักษรของประเทศตัวเองเท่าไร จึงอย่าได้เอ่ยถึงภาษาสันสกฤต ดังนั้นคนที่ฝึกพระธรรมในจีนสมัยนั้นล้วนไม่ใช่คนร่ำรวยแต่สูงศักดิ์ คนธรรมดาฝึกไม่ได้เลย นี่ก็เป็นวิธีที่พวกขุนนางใช้แสดงความสูงศักดิ์ พระธรรมนิกายหินยานพูดถึงตนสำเร็จเต๋าและอรหันต์ ไม่ว่าคนอื่นจะเป็นหรือตาย แค่ให้ตัวเองหลุดพ้น ไม่สนคนอื่น
ดังนั้นจึงไม่มีใครสอนภาษาสันสกฤตคนอื่น
เมื่อพระโพธิธรรมมาถึงก็พบว่าเรื่องราวเป็นแบบนี้ ประกอบกับตนมีปัญหาเรื่องภาษาเลยนั่งบนภูเขา บำเพ็ญเพี