็ก มีสีหน้าเหลือเชื่อ! เธอเองแทบจะทนความหนาวเหน็บไม่ไหว แต่เฉินปินยังคงยืนอยู่กลางน้ำเย็นเยียบ ทนน้ำเย็นตลอดทั้งปี นี่ต้องทรมานขนาดไหน ต้องมีความแน่วแน่ขนาดไหน ต้องรักเธอขนาดไหนถึงจะทนมาได้พันห้าร้อยปี?
เหอเฟยเฟยมองหินดื้อรั้นก้อนนั้น รู้สึกว่าในใจมีบางสิ่งแตกออก ดวงตาชื้นขึ้นมา
พระโพธิสัตว์กวนอิมร่างแปลงฟางเจิ้งเดินเข้าไป “เฉินปิน พันห้าร้อยปีแล้ว ประสกยังจะรออีกไหม?”
“พระ…พระโพธิสัตว์ อย่า…อย่าว่าแต่พันห้าร้อยปีเลย ตะ…ต่อให้หมื่นห้าพันปีผมก็จะรอ” เฉินปินพูดเสียงสั่น แต่น้ำเสียงกลับเด็ดเดี่ยว เขามองไม่เห็นเหอเฟยเฟย เห็นเพียงพระโพธิสัตว์กวนอิม
ฟางเจิ้งพยักหน้าเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็รอต่อไปเถอะ”
“ไม่…ไม่ต้องรอแล้ว! ฉันอยากเจอเขา!” ตอนนี้เองเหอเฟยเฟยพูดขึ้น พุ่งเข้ามาพูดด้วยความตื่นเต้น
ฟางเจิ้งถามด้วยความไม่เข้าใจ “ทำไม? สีการักเมิ่งหย่วน ทำไมอยากเจอเขา? สีกาก็รู้นี่ว่าถ้าเจอเขาตอนนี้มันหมายถึงอะไร?”
“พระโพธิสัตว์ เมิ่งหย่วนเป็นเพียงความฝันในใจฉัน เฉินปินต่างหากคือความรักแท้จริงของฉัน ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ก่อนหน้านี้ฉันโง่เอง ฉันเข้าใจแล้ว…” เหอเฟยเฟยตอบอย่างกล้าหาญ
ฟางเจิ้งพยักหน้า “ได้ตามที่ปรารถนา สีกาไปพบเขาเถอะ”
พูดจบ ฟางเจิ้งโบกมือ ฟ้าดินเปลี่ยนไป
ต๊อกๆ…
เสียงมู่อวี๋ยังคงดังข้างหู เสียงสวดมนต์ยังคงขับร้อง เหมือนกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน
เหอเฟยเฟยกับเฉินปินลืมตาขึ้นพร้อม