เหอเฟยเฟยมองพระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยความสับสนพลางว่า “พระโพธิสัตว์คะ นี่มันความว่ายังไง?”
พระโพธิสัตว์กลับไม่อธิบาย แต่ถามกลับ “สีกาอยากพบเมิ่งหย่วนอีกครั้งจริงๆ หรือ? ยอมจ่ายทุกอย่างเลยใช่ไหม?”
พอได้ยินว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมพูดถึงความปรารถนาของตน เหอเฟยเฟยตกใจสะดุ้ง เธอไม่เคยบอกความลับนี้กับใครมาก่อน แม้แต่เฉินปินที่สนิทที่สุดก็ยังไม่เคยบอก เธอบอกแค่พระโพธิสัตว์ ในเมื่อพระโพธิสัตว์เอ่ยออกมาแล้ว ความสงสัยเล็กๆ ในใจจึงหายไปจนหมด
เหอเฟยเฟยรีบน้อมคำนับ “ได้โปรดพระโพธิสัตว์ช่วยด้วยค่ะ ไม่ว่าอะไรก็ยอม ฉันยินดีจ่าย!”
“รอห้าร้อยปีถึงได้หันไปมองหนึ่งครั้ง สีกายินยอมรอไหม?” พระโพธิสัตว์ถาม
“ห้าร้อยปี?” เหอเฟยเฟยอึ้งไป นี่มันนานเกินไปไหม? แต่ว่าพอนึกถึงเขาในใจก็ยังพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ยอมค่ะ!”
“มองครั้งนี้ โยมต้องละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า ญาติพี่น้อง เพื่อน ยินยอมไหม?”
“ยินยอมค่ะ!” เหอเฟยเฟยกัดฟัน เฝ้าคิดถึงทุกคืนวันมาพอแล้ว เธออยากพบเขา!
“ถ้าอย่างนั้นโยมก็รออยู่ที่นี่” พระโพธิสัตว์ว่าจบก็โบกมือ
เหอเฟยเฟยรู้สึกแค่ว่าฟ้าดินเปลี่ยนแปลง จากนั้นเธอกลายเป็นก้อนหินก้อนหนึ่งอยู่ในป่ารกร้าง แน่นิ่ง พูดไม่ได้ ตอนเริ่มเหอเฟยเฟยไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่เมื่อดวงตะวันลอยขึ้นสูง แสงแดดสาดส่องลงมา เธอรู้สึกเหมือนว่าทั่วร่างจมอยู่กลางเปลวเพลิง ร้อนแผดเผายากจะทนไหว เจ็บปวดมาก กว่าจะผ่านตะวันร้อนมาได้ไม่ง่าย ก็มีพายุ