ฟางเจิ้งยิ่งท่องยิ่งฟิน ยิ้งเคาะยิ่งติด ลืมเวลาไป มัวเมาอยู่ในการอ่านคัมภีร์ ขณะเดียวกันในจุดที่เมื่อก่อนไม่เข้าใจพลันนึกออกประหนึ่งราดด้วยน้ำมนต์…ความรู้สึกนั้นจะไม่ให้ฟินได้ยังไง?
ในเวลาเดียวกันใต้ภูเขา
“เฟยเฟย นี่วัดเอกดรรชนีที่เธอบอกเหรอ บนเขามีวัดจริงๆ เหรอ?” ชายหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่ตรงตีนเขา แต่งกายง่ายๆ แต่กลับมีความกระปรี้กระเปร่าของวัยหนุ่มสาว
“ใช่ ได้ยินว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ ญาติฉันเคยพูดตั้งหลายครั้ง อีกอย่างฉันได้ยินมาว่าหลวงจีนข้างบนเก่งมาก อย่ามัวชักช้าขึ้นไปดูกัน” พูดจบเด็กสาวก็ขึ้นเขาไปอย่างร่าเริง
เด็กหนุ่มเกาหัว มองเงาแผ่นหลังเด็กสาวพลางยิ้มแหยๆ ก่อนหิ้วกระเป๋าปีนเขาของเด็กสาวตามขึ้นไป คอยคุ้มกันตลอดทาง กลัวว่าเด็กสาวจะหกล้ม คล้ายๆ ว่าเป็นบุรุษผู้ปกป้องสตรีที่ได้มาตรฐานคนหนึ่งเลย แต่กลับไม่รู้ว่าแววตาของเด็กสาวมีประกายซ่อนอยู่…
ขึ้นเขามาแล้ว เด็กสาวยิ้ม “มีวัดอยู่จริงๆ ด้วย”
เด็กหนุ่มอึ้งไป เกาหัว รู้สึกว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ ก่อนเหอเฟยเฟยจะมาก็มั่นใจมากว่าบนเขามีวัดแน่ๆ ทั้งยังมีคำชมต่างๆ ไหงมาถึงหน้าประตูวัดแล้วยังพูดแบบนี้อีก? ดังนั้นเด็กหนุ่มเลยถาม “เฟยเฟย เธอบอกไม่ใช่เหรอว่า…”
“บอกอะไร? ไปเถอะ ไปดูข้างในกัน” ว่าจบเหอเฟยเฟยก็วิ่งเข้าไป
เด็กหนุ่มยิ้มแห้งๆ เดินตามไป เขามีชื่อว่าเฉินปิน โตมากับเด็กสาว ถือว่าเป็นเพื่อนที่เล่นกันมาแต่เล็กๆ เมื่อโตขึ้น เฉินปินพบว่าเขาชอ