บเหอเฟยเฟยมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขออยู่ด้วยกัน แค่อยากมองเธอทุกวัน
ทว่าเหอเฟยเฟยมักจะเว้นระยะห่างจากเขา รักษาความสนิทสนมไว้ แต่ไม่ยอมย่นระยะเข้ามาใกล้ นี่ทำให้เฉินปินเป็นทุกข์มาก
เห็นเหอเฟยเฟยเข้าไปในวัด เฉินปินจึงเดินตามไป เพียงแต่ว่าเพิ่งเข้าประตู เฉินปินตะลึงงัน
ต๊อก! ต๊อก! ต๊อก…
“กาลนั้น อาจารย์อยู่ที่แห่งนี้ สังขตธรรม[1]ทั้งปวงคือการรู้แจ้งแท้จริงที่สุด…” เสียงมู่อวี๋กับเสียงสวดมนต์ดังแว่วเข้าหู เฉินปินรู้สึกว่าพันธนาการในใจพลันถูกเคาะแตก สายตามองเหอเฟยเฟยที่ตะลึงค้างอยู่กับที่เช่นกันพลางยิ้มเล็กน้อย คิดในใจว่า ‘ไม่ว่าอนาคตเป็นยังไง ฉันจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิต’
เหอเฟยเฟยไม่รู้ว่าเฉินปินคิดอะไรอยู่ หลังเธอได้ยินเสียงสวดมนต์กับมู่อวี๋แล้ว ในความคิดลอยขึ้นมาเป็นร่างเงาสองคน หนึ่งชัดเจนมาก นั่นคือคนที่เธออยากพบเช้าเย็น และยังมีอีกคนจืดจาง เธออยากกดมันลงไป อยากลืม แต่ก็ยังลืมไม่ได้ เขาเหมือนกับอากาศ เหมือนน้ำ เธอเมินเฉยได้ แต่หลีกหนีไม่ได้
พริบตานั้นเหอเฟยเฟยทุกข์ใจมาก
สองคนยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับ ในใจเกิดเรื่องราวมากมาย ตอนนี้เองฟางเจิ้งเห็นว่ามีคนมา แต่ไม่ได้สนใจ ยังคงสวดมนต์ต่อไป
ทันใดนั้นเหอเฟยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก เดินเข้าไปในอุโบสถ คุกเข่าบนเบาะนั่งทรงกลม ประนมสองมือขอพรอะไรอยู่เงียบๆ
ฟางเจิ้งอยากรู้เลยสัมผัสเข้าไป
‘ฉันยอมแล้ว ขอพระโพธิสัตว์ช่วยคุ้มครอง ให้โชคชะตานำพาเนื้อคู่มาให้ฉันเ