งของเด็กสาวกลับทำให้เขาปลงอนิจจังมากกว่า เขาที่ชีวิตนี้ไม่เคยมีความรักคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าในใจเด็กสาวจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ จึงตรึกตรองโดยพลันว่าตอนเขาเรียนมัธยมเคยมีคนแอบชอบเขาไหม? แต่ก็ปฏิเสธความคิดนี้ไปทันที ตอนนั้นยากจนถึงขั้นเกือบต้องขอทาน แม้แต่เพื่อนก็ไม่มีสักคน มองไม่เห็นเลยจริงๆ ว่ามีจุดเด่นอะไรที่ให้พวกเด็กสาวสนใจ
หลังดึงสัมผัสกลับมา ฟางเจิ้งไม่สวดมนต์แล้ว แต่เคาะมู่อวี๋เงียบๆ เขาพบว่าการเคาะมู่อวี๋ไม่ใช่แค่ปลุกจิตเขา แต่การขบคิดตรึกตรองยังเร็วขึ้นด้วย คล้ายๆ…ความรู้สึกตอนนั่งยองในห้องน้ำเมื่อก่อน พอนั่งอยู่ในห้องน้ำความคิดมักจะโลดแล่น ระหว่างคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจะนึกไปถึงเรื่องที่ปกตินึกไม่ออก แน่นอน ผลจากการเคาะมู่อวี๋เหนือกว่าการนั่งยองในห้องน้ำไปไกลโข
ตอนนี้เองเฉินปินเดินเข้ามามองเหอเฟยเฟยแวบหนึ่ง ก่อนคุกเข่าบนเบาะทรงกลมข้างๆ และก็ขอพรเงียบๆ เช่นกัน
ฟางเจิ้งส่งสัมผัสเข้าไปใกล้อีกครั้ง ผลคือ…
‘ขอพระโพธิสัตว์คุ้มครอง ปกป้องเหอเฟยเฟยให้ปลอดภัยไปชั่วชีวิต ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต ถึงจะไม่ได้เดินเข้าหอแต่งงานด้วยกัน แค่ให้ผมได้มองเธอทุกวันก็พอแล้ว…%¥…’ คำขอพรของเฉินปินเข้าไปในใจฟางเจิ้ง
ส้ฟางเจิ้งพูดไม่ออกเล็กน้อย วุ่นอยู่ตั้งนานที่แท้ก็รักสามเส้า! แต่ฟังจากคำพูดเฉินปินแล้ว ฟางเจิ้งสัมผัสได้ว่านี่คือผู้ชายที่รักเหอเฟยเฟยจริงๆ เขาไม่ภาวนาขอให้ได้ แค่อยากปกป้อง