ตอนนี้ฟางเจิ้งกำลังทำอะไร?
คร็อก…
“โฮ่งๆ…” หมาป่าเดียวดายเห่าอยู่ข้างเตียง จากนั้นยื่นหัวออกไปมองข้างนอก ฟ้าจะมืดแล้ว ไอ้ผีบ้านี่ยังไม่ตื่นมาทำอาหารอีก! แล้วจะผ่านวันนี้ไปได้ไหมเนี่ย?!
ผลก็เป็นดังนั้น พระจันทร์ลอยขึ้นฟ้า
ฟางเจิ้งลุกขึ้นมา บิดเอวขี้เกียจ พูดยิ้มๆ “สบาย! หลับตื่นหนึ่งแล้วสดชื่น!”
“จ๊อกๆ…”
“เอ่อ หิวจัง” ฟางเจิ้งลูบท้องก่อนขมวดคิ้ว “ไม่ถูกต้อง อาตมาไม่ได้ท้องร้องนี่ ถ้าอย่างนั้น…เอ่อ พวกนายสองคนทำอะไรกัน?”
หมาป่าเดียวดายนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยสีหน้าคับแค้นใจ ในปากคาบชามอาหารของมัน บนหัวมีกระรอกนั่งด้วยท่าทีโมโห ถือชามเล็กด้วยสองมือ แววตาเจ้าสองตัวนี้มีความคับแค้นใจ…
ฟางเจิ้งกระแอมไอ “รอเดี๋ยว จะทำเดี๋ยวนี้ล่ะ”
ฟางเจิ้งพูดจบก็ลงมาบนพื้น จุดไฟ เติมน้ำหุงข้าว
ข้างๆ มีดวงตาโตสี่ดวงจ้องในหม้อเขม็ง น้ำลายไหลไม่หยุด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา มีกลิ่นหอมข้าวจางๆ ลอยมาจากในลานวัดเอกดรรชนี รวมถึงเสียงเคี้ยวหนึบหนับ
ผ่านไปมื้อหนึ่ง ฟางเจิ้งเดินมาหน้าลานอย่างสุขสบาย นั่งลงใต้ต้นโพธิ์ หยิบมือถือออกมาเตรียมอ่านคัมภีร์อวตังสกสูตรที่เพิ่งหาเจอต่อ ทว่าพอเปิดอ่านก็เห็นแจ้งเตือนข้อความกองใหญ่
จ้าวต้าถง “ไต้ซือ ท่านเจ๋งมาก! อวิ๋นจิ้งหายไปดีแล้วครับ ฮ่าๆ…ขอบคุณครับ เดี๋ยวปิดเทอมแล้วพวกเราจะไปเยี่ยมนะครับ”
ฟางเจิ้งยิ้ม ตอบไปว่า “ยินดีต้อนรับๆ เหอะๆ”
หม่าเจวียน “ไต้ซือ หนูรักไต้ซือที่สุด โครตเจ๋งเลย! ท