่านรู้ไหมว่าท่านแข่งกับผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาจากเซิ่งจิงด้วย เจ๋งอ่ะ!”
ฟางเจิ้งมองบน ตอบไปว่า “อมิตาพุทธ สีกา อาตมาถือศีลนะ ส่วนผู้เชี่ยวชาญเขาก็มีความสามารถของเขา อาตมาแค่มาเจอกับเขาโดยบังเอิญก็เท่านั้น”
หูหาน “ไต้ซือ ท่านรับศิษย์ไหม? ท่านว่าผมโอเคไหม? วางใจนะ แค่ไต้ซือพยักหน้า แค่แม่ไม่ตีผม ผมจะไปกับท่าน”
ฟางเจิ้ง “อมิตาพุทธ อาตมาไม่อยากเก็บศพโยมนะ ช่างมันเถอะ”
หูหานถามแบบนี้เขาชักอยากรู้ จึงถามระบบ “ระบบ วัดเรารับคนได้ไหม?”
“ติ๊ง! นายคิดว่าไงล่ะ?” ระบบถามกลับ
ฟางเจิ้งมองต้นโพธิ์เหนือหัว ก่อนมองอุโบสถหมื่นพุทธแล้วยิ้มเจื่อนๆ “ช่างมันเถอะ ถ้ามีคนมาจริงๆ อาตมาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายของที่จู่ๆ ก็โผล่มาพวกนี้ยังไง เอาเถอะ…ดูแล้วอาตมาคงไม่ใช่แค่ครองโสด แม้แต่คนคุยด้วยยังไม่มีทางเป็นไปได้เลย ได้แต่อยู่กับสัตว์ทุกวัน เฮ้อ”
“ไม่แน่นะ” ระบบเอ่ยอย่างกะทันหัน
ฟางเจิ้งอึ้งงันแล้วซักถามทันที “หมายความว่าไง?”
“เปิดเผยความลับสวรรค์ไม่ได้” ระบบตอบ
ฟางเจิ้งมองบนแวบหนึ่ง “นายอย่าทำแบบนี้ได้ไหม ไหนๆ ก็ถอดกางเกงมาแล้ว บอกฉันไม่ได้รึไง? เอ่อ…คงไม่ถือว่าเป็นคำหยาบหรอกใช่ไหม?”
“เปรี้ยง!” เกิดหลุมดำตรงหน้าฟางเจิ้ง
‘ยังดี เหลือโอกาสอีกครั้งเดียว’ ฟางเจิ้งลอบโล่งอกในใจ
“ระบบ บอกไม่ได้จริงๆ เหรอ?”
“ไม่บอก”
“ระบบที่ใจดีและดีที่สุดในโลก บอกหน่อยนะ?”
“ขอรับคำชมไว้ แต่ก็ไม่บอกอยู่ดี”
“หน้าหนาจริงๆ” ฟางเจิ้งพึมพำ เขา