ไม่ถามอีก แต่พลิกดูมือถืออ่านคัมภีร์อวตังสกสูตร ไม่นานก็มีเสียงสวดมนต์ของหลวงจีนดังในวัด
วันที่สองฟ้าสางเล็กน้อย ฟางเจิ้งตื่นนอนมา เพิ่งนึกขึ้นได้จึงร้องโวย “ระบบ ฉันควรไอ้โอกาสจับรางวัลหนึ่งครั้งสิ? ดีเลวยังไงก็ช่วยคนนะ ทำไมไม่เตือนฉัน?”
“เตือนแล้ว แต่นายหลับอยู่” ระบบตอบอย่างมีเหตุผล
ฟางเจิ้งพบว่าระบบหน้าด้านขึ้นทุกวัน หลับก็ปลุกได้นี่? ไม่เถียงกับมันแล้ว รีบถาม “ได้จับรางวัลจริงๆ ใช่ไหม?”
“ได้ จะจับไหม?” ระบบว่า
“จับ! ต้องจับสิ!” ฟางเจิ้งตอบ
“ติ๊ง! ยินดีด้วยนายได้รับมู่อวี๋[1]หนึ่งอัน”
“เอ่อ มู่อวี๋อันเดียว?” ฟางเจิ้งมองมู่อวี๋ที่เหมือนกับปลาหมอสีตัวสีแดงเข้มนอนคว่ำอยู่พลางถามด้วยความงงนิดๆ
“นี่ไม่ใช่มู่อวี๋ธรรมดา นี่คือมู่อวี๋ปลุกจิต แรกสุดมู่อวี๋มาจากลัทธิเต๋าของจีน ถ้าไม่ใช่ผู้เลิกถือศีลอดกับสวดมนต์จะเคาะไม่ได้ ต่อมาพุทธศาสนาเห็นถึงความมหัศจรรย์ของมันจึงใส่เข้าไปในของใช้พุทธศาสนา ตอนเคาะมู่อวี๋ปลุกจิตจะเกิดเสียงปลุกจิต กระตุ้นสมอง สงบจิตใจบำรุงจิตวิญญาณ ถ้ากลางคืนนอนไม่หลับ แค่เคาะมู่อวี๋จะหลับลึก ขณะเดียวกันจะไม่รบกวนการอ่านคัมภีร์หรือขบคิดด้วย
ในเวลาเดียวกัน ตอนที่เคาะมู่อวี๋ปลุกจิต จะทำให้ระหว่างนายกับพระพุทธรูปเกิดการเชื่อมต่อทางจิตกัน แค่นายคิด ก็จะรู้ความปรารถนาภายใต้จิตใจของทุกคนได้ตามใจชอบ ทั้งยังตอบกลับได้ด้วย ทว่าผู้นับถือพุทธมีบุญกุศลไม่เพียงพอ ถ้าเป็นความปรารถนาให