เขาอยากลองก็ให้เขาลอง ไม่ว่ายังไงก็มีเจตนาดี” คำพูดดูน่าฟัง แต่เป็นใครก็ฟังออกว่าต่งเยวี่ยหรูไม่พอใจเล็กน้อย พวกเขาเชื่อไต้ซือ แล้วจะเชิญผู้เชี่ยวชาญอย่างเธอมาทำไม?
จ้าวต้าถงหน้าแดง รีบขอโทษขอโพย “ผู้เชี่ยวชาญครับ คือผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่…คุณดู…เฮ้อผมมันโง่ที่สุด”
“เอาล่ะ ฉันต้องบินตอนบ่ายนะ ขอพักผ่อนก่อน พวกเธอต่อแล้วกัน ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าไต้ซือคนนี้จะทำยังไง ทำพิธีระยะไกลได้เหรอ? ฉันจะบอกเธอให้นะ ความจริงพุทธศาสนาก็ดี ลัทธิเต๋าก็ดี ถ้าจะบอกว่าพวกเขามีอภินิหาร สู้บอกว่าพวกเขาเข้าใจจิตวิทยาไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเจอกันตัวต่อตัว ฉันเชื่อว่าไต้ซือแห่งพุทธจะเชื่อมต่อถึงจิตใจได้จริงๆ ช่วยให้คนตระหนัก แต่ระยะไกลแบบนี้…” ต่งเยวี่ยหรูส่ายหน้าเบาๆ ความหมายชัดเจนมากว่าแกถูกหลอก!
เห็นดังนั้น แม้ทุกคนจะซาบซึ้งใจต่งเยวี่ยหรู แต่จ้าวต้าถง หม่าเจวียน หูหานสามคนเคยเห็นความเก่งกาจของฟางเจิ้งมาแล้ว ในใจเคารพฟางเจิ้งจริงๆ ดังนั้นเลยได้แต่กลั้นความไม่พอใจไว้ หวังอยู่เงียบๆ ว่าครั้งนี้ฟางเจิ้งอย่าเทพวกเขา! กู้หน้าให้พวกเขา…แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วรักษาระยะไกล? เป็นไปได้เหรอ?
ตอนนี้ฟางเจิ้งกำลังทำอะไรอยู่?
“แบ่งอาตมาสักหน่อยเถอะ อย่าขี้เหนียวนักได้ไหม? แค่กินเมล็ดสนสองเมล็ดเอง…” ฟางเจิ้งเงยหน้ามองกระรอกบนต้นไม้ กำลังหลอกล่อปากเปียกปากแฉะ…พูดโน้มน้าว
หมาป่าเดียวดายข้างๆ แหงนหน้าขึ้น อ้าปากเล็กน้อย