จ้าวต้าถงได้ยินพลันถลึงตาโต พูดด้วยความโมโห “เชื่อไหมว่าจะฉันจะต่อยแก?”
“อาจารย์ครับ เจ้านี่เหมือนจะอยู่สาขาพลศึกษานี่ ถ้าไม่มีอะไรอย่ามาหาพวกเราบ่อยๆ ได้ไหม? แล้วก็นะ อาจารย์ดูสิ เจ้านี่ถลึงตาโต จะต่อยฉันรึไง?” หลิวอวิ๋นซูรีบฟ้อง
อาจารย์เป็นคนมีประสบการณ์มาก่อน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าสองคนนี้ จึงยิ้มแห้งๆ “เอาเถอะพวกเธอสองคน อย่าทะเลาะกัน ถ้าจะทะเลาะก็ออกไปข้างนอก อวิ๋นซู ผู้เชี่ยวชาญที่เธอว่าจะมาเมื่อไร?”
“มาแล้วครับ!” มือถือหลิวอวิ๋นซูพลันสั่น จึงยิ้มตอบ
‘ไม่มีประโยชน์หรอก’ จ้าวต้าถงได้ยินดังนั้นจึงกลั้นความโกรธในใจไว้ ก่อนหยิบยันต์วิญญาณออกมา “ผมเชิญยันต์วิญญาณมาครับ ใส่เข้าไปจะแก้ได้แน่นอน”
สิ้นเสียง หูหาน หม่าเจวียนหันหน้ามามองพร้อมกัน พวกเขาหมดคำจะพูดกับจ้าวต้าถง! เรื่องเชิญยันต์มานี่ไม่ว่ามีประโยชน์หรือไม่ แต่ก็ไม่เหมาะกับตอนนี้ การเอาออกมาในสถานการณ์แบบนี้! มันทำให้เพื่อนๆ ดูโง่! น่าขายหน้า!
เมื่อพูดไปแล้ว หลิวอวิ๋นซูหัวเราะ แม้แต่อาจารย์ยังหัวเราะตาม
หลิวอวิ๋นซูยิ้ม “จ้าวต้าถง นายยิ่งอยู่ยิ่งถอยนะ ที่มันสมัยไหนแล้ว ยังเชื่อพวกนี้อีกเหรอ? แน่นอน ไม่ใช่ว่าดูถูกวัฒนธรรมบ้านเราหรอกนะ แต่ว่า…นี่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นายเชื่อว่ามันจะรักษาได้? สมองนายนี่ ดีนะที่มีสอบได้โควตาพละศึกษา ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ได้เจอกันหรอก”
จ้าวต้าถงพูดจบก็สำนึกเสียใจ ทว่าเอ่ยไป