ฟางเจิ้งแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น “โยมหวัง ถ้าจะดื่มน้ำก็ไปดื่มที่ครัว อาตมาวาดยันต์สักสองแผ่นก่อน”
“ได้!” หวังโอ้วกุ้ยขานรับแล้วไปหลังลาน
ฟางเจิ้งหยิบเครื่องเขียนพู่กันจีนออกมา ตัดกระดาษเหลืองเป็นแผ่นยาว มีทักษะที่ชำนาญมาก ไม่ต้องใช้มีดหรือกรรไกร แค่ฉีกก็เป็นเส้นตรงให้ไม่มีขอบขน! เมื่อปูกระดาษเหลืองแล้วก็บดหมึก ใส่ชาด พู่กันจุ่มน้ำหมึก สูดลมหายใจเข้าลึก ทั้งตัวพลันกลายเป็นดั่งพระพุทธองค์แน่นิ่ง ดวงตาสองข้างเป็นสมาธิ มั่นคงดั่งขุนเขา จากนั้นลงพู่กัน! ประหนึ่งมีมังกรร้องอยู่เป็นเพื่อน สายฟ้าผ่าลงมาเปรี้ยงปร้าง!
ความคิดถึง พู่กันถึง พู่กันเป็นดั่งมังกรเทพบินฉวัดเฉวียน อึดใจเดียวฟางเจิ้งเขียนยันต์ซับซ้อนอย่างยิ่งแผ่นหนึ่งเสร็จในหนึ่งนาที!
สุดท้ายตอนที่ยกพู่กันขึ้น บนยันต์เหมือนมีแสงทองสว่างวาบ และยังคล้ายกับภาพลวงตา ทว่าฟางเจิ้งไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้ แต่วางพู่กันลง ตบโต๊ะ กระดาษเหลืองลอยขึ้น ยกสองมือขึ้นพร้อมกันพับสองสามครั้งซ้อนกับเป็นลักษณะหกเหลี่ยม! จากนั้นก็ใช้กระดาษคุณภาพสูงห่อไว้อย่างดี เก็บเครื่องเขียนพู่กันจีนแล้วรอหวังโอ้วกุ้ย
แม้หวังโอ้วกุ้ยจะชอบดื่มน้ำของฟางเจิ้ง แต่ท้องคนก็ใหญ่ได้แค่นี้ เขาไปห้องครัว ดื่มน้ำไปสองชามใหญ่รู้สึกสบายกายสบายใจ ทว่าพอจะดื่มอีกกลับดื่มไม่ลงเลยออกมา
ขณะเดียวกันเขาก็อยากรู้ว่าฟางเจิ้งจะเขียนยันต์อะไร…
ทว่าวินาทีที่เขาเดินออกมา เห็นฟางเจิ้งเก็บโต๊ะเก้าอ