ี้เรียบร้อยแล้ว กำลังยืนมองเขาอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ต้นโพธิ์เขียวขจีมาก หลวงจีนในจีวรขาวสดใสสว่างไสว ทำให้หวังโอ้วกุ้ยตาสว่างขึ้นมา คิดในใจว่า ‘เจ้าเด็กนี่เกิดมาเพื่อเป็นนักบวชโดยแท้…’
“เจ้าฟาง ไหนแกว่าจะเขียนยันต์?” หวังโอ้วกุ้ยถาม
ฟางเจิ้งหัวเราะ “เขียนเสร็จแล้ว นั่น อยู่ตรงนั้น อีกเดี๋ยวลงเขา โยมหวังส่งไปตามที่อยู่นี้นะ นี่เงินค่าส่งด่วน”
ฟางเจิ้งตรวจดูราคาค่าส่งด่วนมาก่อนแล้ว ของบริษัทส่งเร็วตลอดทางส่งเร็วที่สุด บริการดีที่สุด ที่สำคัญคือมันให้การสนับสนุนเรื่องการส่งวันเดียว! ช่วยคนประหนึ่งดับเพลิง ฟางเจิ้งย่อมไม่งกเงิน ครั้งนี้เขาควักเงินก้อนสุดท้ายออกมาเลย
หวังโอ้วกุ้ยเห็นแบบนั้นจึงรีบเอ่ย “ช่างมันเถอะ แค่สิบยี่สิบหยวน อามี เดี๋ยวฉันจะเอาของไปส่งให้เอง แกเก็บเงินไว้เถอะ”
ฟางเจิ้งส่งให้อีกหลายครั้ง หวังโอ้วกุ้ยก็ไม่รับ แต่หยิบยันต์กับที่อยู่ลงเขาไป
ฟางเจิ้งส่ายหน้าพลางยิ้มแห้งๆ ดูเหมือนว่าหวังโอ้วกุ้ยจะไม่เคยมองว่าเขาเป็นนักบวชเลย แต่มองว่าเป็นคนในครอบครัว…ตอนคนเยอะจะเรียกเจ้าอาวาส เรียกสมภารตามมารยาท แต่ตอนที่เหลือกันสองคนจะไม่เรียกอะไรทั้งนั้น แต่ความรู้สึกนี้ก็ดีจริงๆ! เขาชอบความรู้สึกนี้ แม้ไม่มีบุพการี แต่เขากล้าพูดเสียงดังกับทุกคนว่าเขามีบุพการีเยอะมาก! เขาไม่ขาดความรักไปกว่าใครๆ เลย แต่ขาดแค่เงิน!
หวังโอ้วกุ้ยลงเขาไปแล้ว ฟางเจิ้งจึงส่งข้อความหาจ้าวต้าถง “อาตมาส่งของไปแล้ว ถ้า