แล้วจึงดื้อดึงต่อ คิดเงียบๆ ในใจ ‘ไต้ซือ ท่านต้องกู้หน้าให้ผมนะ ไม่อย่างนั้นผมหน้าแตกยับแน่…’
ดังนั้นแล้วจ้าวต้าถงจึงตอบไปว่า “รักษาได้ไหมลองดูก็รู้! อย่าลืม ต้องลองต่างหากถึงจะรู้ความจริง! ส่วนนาย หึๆ…ถ้าไม่ใช่ว่าพ่อมีเงินพวกเราคงไม่ได้เจอกัน”
หลิวอวิ๋นซูกลับไม่คิดอย่างนั้น “การกลับชาติมาเกิดก็เป็นทักษะอย่างหนึ่งนะ ทักษะนายไม่ได้เรื่องเองยังมาใส่ร้ายฉันอีก? อืม ขอใช้คำพูดสมัยใหม่ละกัน เรียกว่านายแพ้ตั้งแต่จุดออกตัว! ชาติก่อนฉันเก่งกว่านาย!”
จ้าวต้าถงโกรธแล้ว นอกจากถลึงตามองก็พูดอะไรไม่ออก
หม่าเจวียนเห็นแบบนั้นจึงรีบกล่าว “เอาล่ะ พวกนายสองคนอย่าทะเลาะกัน ถ้าจะทะเลาะก็ไปข้างนอก อวิ๋นจิ้งต้องการความสงบ!”
หลิวอวิ๋นซูยิ้มน้อยๆ “โอเคๆ ไม่พูดแล้ว อืม ฉันจะไปรับผู้เชี่ยวชาญ”
ว่าจบหลิวอวิ๋นซูก็ออกไป จ้าวต้าถงงึมงำด้วยความไม่พอใจ “มีแฟนตั้งแปดคนแล้วยังมาทำร้ายอวิ๋นจิ้งของพวกเราอีก เป็นคนยังไงกันวะ!”
“ปึก!” หม่าเจวียนต่อยจ้าวต้าถงทีหนึ่ง “พูดอะไรมั่วซั่ว? ดูสถานการณ์ด้วย!”
จ้าวต้าถงได้ยินดังนั้นจึงเบะปาก “ฉันก็หวังดีเพื่ออวิ๋นจิ้งไง เจ้านี่มันเพลย์บอย ฉันจะบอกให้นะ พออวิ๋นจิ้งหายดีแล้วจะต้องกำชับเธอว่าอย่าชอบเขาเด็ดขาด”
หม่าเจวียนมองค้อนจ้าวต้าถง “ไม่สนใจนายแล้ว!” จากนั้นหม่าเจวียนแย่งยันต์วิญญาณไปส่งให้อาจารย์ “อาจารย์คะ นี่คือของที่พวกเราขอมาด้วยกัน ได้ยินว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ใส่ไว้ใต้หมอนอว