ิ๋นจิ้งแล้วน่าจะดี”
อาจารย์รับไปก่อนยิ้ม “พวกเธอลำบากกันหน่อยนะ”
จากนั้นอาจารย์นำยันต์วิญญาณยัดไว้ใต้หมอนฟางอวิ๋นจิ้ง
ตอนนี้เองมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากข้างนอก หลิวอวิ๋นซูพาผู้หญิงผมขาวดอกเลาทั้งศีรษะเดินเข้ามา แม้เธอจะมีผมสีดอกเลา แต่กลับมีชีวิตชีวาเต็มสิบ ขมวดคิ้วทียิ้มที ค่อนข้างมีแรงเชื่อถือและศรัทธา ด้านหลังมีผู้ชายคนหนึ่งเดินตามมา เขาคนนี้สุภาพมากตลอด น่าจะเป็นคนขับรถของหลิวอวิ๋นซู
“อาหวัง อีกเดี๋ยวต้องรบกวนส่งผู้เชี่ยวชาญกลับบ้านด้วยนะ” หลิวอวิ๋นซูว่า
ชายคนนั้นยิ้ม “ครับคุณหนู ผมจะรอข้างนอกนะครับ”
หลิวอวิ๋นซูพยักหน้า ผู้ชายคนนั้นเดินออกไป
“จึ๊ๆ มาเรียนยังเอาคนขับรถมาด้วย เป็นคุณชายร่ำรวยจริงๆ สูงส่งจังเลยนะ” จ้าวต้าถงเอ่ยด้วยความไม่จริงใจ
หลิวอวิ๋นซูเชิดหน้าขึ้น “ดังนั้นถึงต้องเอาสมองมาจากชาติก่อนด้วยไง ถ้าเอามาแต่กล้ามเนื้อก็ไร้ประโยชน์”
จ้าวต้าถงเกือบแทบแย่…
หลิวอวิ๋นซูไม่สนใจจ้าวต้าถง แต่เดินเข้าไป “อาจารย์ครับ ท่านนี้คือผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาต่งเยวี่ยหรูที่ผมเชิญมาจากเซิ่งจิง[1] ป้าต่งครับ นี่อาจารย์ของพวกเรา ซุนหรั่น”
อาจารย์กับผู้เชี่ยวชาญทักทายกันเล็กน้อย ต่งเยวี่ยหรูกล่าว “ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วพวกเราก็เริ่มกันเลย พูดจริงๆ นะ ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวหลิวเร่ง ฉันคงมาเร็วขนาดนี้ไม่ได้ ทางนั้นยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้จัดการเลย เสร็จทางนี้แล้วต้องรีบกลับเลย”
ซุนหรั่นยิ้ม “ถ้าอย่