างนั้นต้องรบกวนผู้เชี่ยวชาญด้วยนะคะ อวิ๋นจิ้งเป็นเด็กดี เพียงแค่เกิดเหตุร้ายในบ้านกะทันหัน เฮ้อ…”
ต่งเยวี่ยหรูพยักหน้า “ฉันพอรู้เรื่องของเธอคร่าวๆ แล้วค่ะ เป็นเด็กที่น่าสงสารจริงๆ…”
หลิวอวิ๋นซูกล่าว “อาจารย์ครับ ป้าต่งเป็นนักจิตวิทยา ชำนาญการรักษาแบบสะกดจิตที่สุด อีกเดี๋ยวทุกคนเงียบนะครับ จะดีที่สุดคือให้ออกไป”
ซุนหรั่นมองฟางอวิ๋นจิ้งด้วยความกังวล “อาจารย์กลัวว่าอวิ๋นจิ้งจะคลุ้มคลั่งน่ะสิ ถ้าแบบนั้น…”
ต่งเยวี่ยหรูว่า “อยู่ก็ได้ค่ะ แต่ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด”
ทุกคนพากันพยักหน้า
หลิวอวิ๋นซูหัวเราะเหอะๆ “ป้าต่ง ฝากด้วยนะครับ ถ้ารักษาอวิ๋นจิ้งไม่หาย บางคนอาจจะต้องไปไหว้พระขอเทพ”
“ไหว้พระขอเทพ?” ต่งเยวี่ยหรูงงงัน
หลิวอวิ๋นซูตอบ “ใช่ครับ เพื่อนที่มหาวิทยาลัยผมไปขอยันต์วิญญาณมา บอกว่าถ้าใส่ยันต์เข้าไปจะแก้ได้หมด จึ๊ๆ…”
ต่งเยวี่ยหรูส่ายหน้าเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาอธิบายทุกอย่างแล้ว นั่นคือกำลังคิดอยู่ว่า ‘พูดซี้ซั้ว!’
พวกจ้าวต้าถงเคยเห็นปาฏิหาริย์ของฟางเจิ้งมาแล้ว หม่าเจวียนเอ่ย “หลิวอวิ๋นซู นายอย่าปั่นได้ไหม! พวกเราเชิญยันต์มาก็ต้องมีประโยชน์สิ!”
ต่งเยวี่ยหรูก็ไม่อยากอธิบายอะไรกับเด็กพวกนี้เหมือนกัน จึงโบกมือสื่อว่าให้ทุกคนเงียบ
ซุนหรั่น หลิวอวิ๋นซูยืนอยู่ข้างหน้าต่าง พวกจ้าวต้าถงเฝ้าประตู กันไม่ให้ฟางอวิ๋นจิ้งคลุ้มคลั่งอย่างกะทันหัน
ต่งเยวี่ยหรูนั่งอยู่หน้าฟางอวิ๋นจิ้งด้วยใบหน้าเรียบน