ลิ้นห้อยออกมาข้างนอก ทำหน้าตะกละ อยู่กับฟางเจิ้งมานาน เจ้านี่ไม่มีคราบหมาป่าโหดในตอนแรกมานานแล้ว แต่กลายเป็นหมาขี้เกียจแถมตะกละ
บนต้นโพธิ์ กระรอกวางเมล็ดสนยี่สิบกว่าเมล็ดหนึ่งแถวบนกิ่งไม้ สะบัดหางไปมาพลางร้องจี๊ดๆ
“นายจะตุนไว้หน้าหนาวทำไม? ถ้านายยังอ้วนแบบนี้ต่อไป จากนี้จะหากระรอกตัวเมียมาสืบตระกูลยากนะ!” ฟางเจิ้งหลอกล่อต่อ
กระรอกเอียงหัวตรึกตรอง…
ฟางเจิ้งแอบเตะหมาป่าเดียวดายทีหนึ่ง หมาป่าพลันวิ่งไปอีกด้านอย่างรู้ใจ เห่าเสียงดังทีหนึ่ง!
เดิมทีกระรอกกลัวหมาป่า ปกติอยู่กับหมาป่าจนชินแล้วเลยไม่กลัว ทว่าก็ยังมีความกลัวโดยธรรมชาติอยู่ พอเหม่อ เสียงหมาป่าดังขึ้นอย่างฉับพลัน มันตกใจจนตัวสั่น หันหน้าไปมองหมาป่าเดียวดาย!
ตอนบรรยายช้าแต่ความจริงรวดเร็ว ฟางเจิ้งตบฝ่ามือเข้าไปยังลำต้นโพธิ์!
ปัง!
ลำต้นสั่นไหว!
กระรอกรีบนอนหมอบ กอดลำต้นไว้แน่น เจ้าตัวเล็กเป็นเศรษฐีขี้เหนียว รีบหันไปมองเมล็ดสนของตน ทว่าสมบัติบนลำต้นเหลือเพียงสองเมล็ด! แล้วที่เหลือล่ะ?
กระรอกกระดกก้นมองลงไป เห็นหัวโล้นกับก้นอ้วนใหญ่แกว่งหางวิ่งไปที่หลังลานวัด
กระรอกโกรธพลางร้องจี๊ดๆ ใหญ่ กระโดดลงจากต้นโพธิ์ไล่ตามไป
แต่ฟางเจิ้งวิ่งไปพลาง บีบเปลือกเมล็ดสนไปพลาง กินอย่างมีความสุข แถมยังโยนให้หมาป่าเดียวดายอีกเมล็ด เจ้าสารเลวสองตัวนี้ยิ้มกริ่ม กระรอกตามมาข้างหลัง โมโหจนกระโดดไปมาไม่หยุด สุดท้ายตามฟางเจิ้งทัน ดึงหูเขาไว้ จนกระทั่งฟางเจ