ิ้งขอให้ยกโทษมันถึงหันไปเล่นงานหมาป่าเดียวดาย
หมาป่าเดียวดายไม่ใช่ฟางเจิ้ง มันวิ่งหนีไปแล้ว กระรอกตามไม่ทัน! ได้แต่อัดตรงประตูไว้อย่างโมโห ชูกรงเล็บโบกไปมาด้วยมาดว่าถ้านายกล้ากลับมาฉันจะต่อยนายให้ตายไอ้ห่านรก!
ส่วนหมาป่าเดียวดายที่ได้ประโยชน์ไปแล้ว วิ่งหนีหายไป…
ระหว่างที่เจ้าสองตัวนี้ทะเลาะกัน ฟางเจิ้งหยิบมือถือขึ้นมา มีข้อความเข้า พอเปิดอ่านก็เป็นของจ้าวต้าถง
ดูเวลาแล้วเพิ่งส่งมาเมื่อหลายนาทีก่อน เลยตอบกลับเป็นเสียงไป “อมิตาพุทธ ให้สีกานอนลง เอายันต์ไว้ใต้หมอน ที่เหลืออาตมาจัดการเอง”
ทางด้านจ้าวต้าถงรออยู่ครู่หนึ่ง เห็นฟางเจิ้งตอบกลับจึงเปิดฟังทันที
พอได้ยินฟางเจิ้งพูดแบบนี้ ต่งเยวี่ยหรูส่ายหน้าเบาๆ “ฟังจากเสียงไต้ซือแล้วเหมือนยังหนุ่มมากเลยนะ”
หูหานตอบกลับโดยไม่รู้ตัว “ไต้ซืออายุยังไม่ถึงยี่สิบเลยครับ”
ต่งเยวี่ยหรูส่ายหน้าอีกครั้ง เห็นได้ว่าไม่ได้หวังอะไรกับฟางเจิ้งเลย ถึงไต้ซือแห่งพุทธจะชำนาญด้านการเชื่อมต่อจิตใจ แต่นั่นคือพระอาจารย์ที่มีธรรมะลึกซึ้ง! พระอาจารย์แบบนี้ ถ้าไม่บำเพ็ญเพียรทุกคืนวันเป็นเวลาสิบยี่สิบปีไม่มีทางบรรลุระดับสูงแบบนั้น เณรน้อยที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีจะเป็นพระอาจารย์? ไม่มีทาง เธอมองพวกวัยรุ่นตรงหน้าอีกครั้งพลางคิดในใจ ‘นักศึกษาสมัยนี้ใสซื่อหลอกง่ายที่สุดเลย มีโอกาสสูงที่ต้องจ่ายเงินเอายันต์วิญญาณนี่มา ช่างเถอะ ไม่เห็นฮวงโหไม่ตายใจ ฉันเห็นพวกเขามาถึงฮวงโหแล