ขียนบอกไต้ซือแล้วกัน ให้ฉันเขียนก็เขียนไม่ออกจริงๆ จำไว้นะ จะต้องเขียนจากใจ ทรัพย์ปัญญาเป็นเลิศ เล่าตามความจริง…” จ้าวต้าถงยังพูดไม่จบก็เห็นหม่าเจวียนกับหูหานวางมาดจะต่อยคนจึงรีบหุบปากเงียบ
ฟางเจิ้งเห็นข้อความเกี่ยวกับฟางอวิ๋นจิ้งที่จ้าวต้าถงส่งมาแล้วก็ถอนหายใจ ‘น่าสงสาร…พุทธศาสนาพูดถึงกรรม ภพก่อนเป็นเหตุ ภพนี้เป็นผล ความทุกข์ในภพนี้มาจากหนี้ในภพก่อน ถ้าอย่างนั้นใช้หนี้ในภพนี้ ภพหน้าจะเป็นยังไง?’
ฟางเจิ้งพบว่าพระธรรมน้อยนิดของตนยังไม่พอใช้จริงๆ
เขาวางมือถือลง ตรึกตรองเงียบๆ ว่าจะเหนี่ยวนำให้ฟางอวิ๋นจิ้งเปิดปัญหาปมในใจได้ยังไง ความฝันยามต้มข้าวฟ่างเหมือนจะแกร่ง แต่ถ้าใช้ไม่เหมาะจะมีโอกาสสูงมากที่จะเกิดผลตรงข้าม
เหมือนกับหมาป่าเดียวดาย เพราะฟางเจิ้งเข้าใจมันเลยสร้างภาพที่มันชอบได้ ภูเขาข้าวหนึ่งลูกทำให้มันลืมตัวได้ใจ และเพราะคุยกับหลี่เฟิ่งเซียน รู้ถึงความปรารถนาในอดีตของเธอ ฉะนั้นเลยแตกต่างกันไปตามคน ดึงเข้าฝันให้เธอตระหนัก
แต่ฟางอวิ๋นจิ้งล่ะ? ถึงจะเคยพบกันมาก่อน เคยคุยมาก่อน แต่เป็นคำพูดสัพเพเหระ พอนึกถึงเด็กสาวที่มีความสุขและทุกข์ปนกัน ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความสวยและฉลาดคนนั้น ฟางเจิ้งอดส่ายหน้าไม่ได้ จะลงมือยังไง นี่ต่างหากคือปัญญาที่เขากำลังใคร่ครวญ
หนึ่งคืนผ่านไปเงียบๆ
วันที่สองตอนกลางวัน
“ต้าถง นี่คือของที่ไต้ซือส่งให้พวกเรา? ทำไมใหญ่จัง?” หูหานมองกล่องใบหนึ่งในมือจ้าวต้าถงพลางถาม