ะ ได้ยินว่ามีเด็กสาวหลายคนถูกทำร้าย แค่กลัวว่าภาพฉาวจะหลุดออกไปเลยไม่ได้ไปแจ้งความ ดีนะครั้งนี้จับได้แล้ว’
………
จูหลินอ่านข่าวแล้วยังนึกหวาดกลัว เธอนั่งอยู่ในบ้าน เหม่อมองฝ้าเพดาน เหมือนเห็นหลวงจีนหัวโล้นรูปหนึ่งรางๆ “ถ้าไม่ใช่เพราะไต้ซือคงเกิดเรื่องกับเราแล้ว ถ้ามีเวลาต้องไปเยี่ยมเขาสักหน่อย ไปขอบคุณต่อหน้า แต่ว่าเขารู้ได้ยังไงว่าฉันจะเจอเรื่องแบบนี้? รู้อนาคตเหรอ? เทพเซียน? พระพุทธองค์?”
……..
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อฟ้าผ่าในฤดูใบไม้ผลิดังสนั่น ในที่สุดหิมะบนยอดเขาก็เริ่มละลาย ต้นหลิวเริ่มแตกหน่ออ่อนใหม่ ชีวิตเปี่ยมล้น ทั้งโลกประหนึ่งคืนชีพกลับมา
ฟางเจิ้งยืนอยู่บนต้นหลิว เด็ดกิ่งอ่อนมากิ่งหนึ่ง ถูเปลือกไม้เบาๆ แยกเปลือกไม้กับตัวไม้ข้างในออกจากกัน จากนั้นดึงเบาๆ กิ่งไม้เล็กหลุดออก แต่เปลือกไม้ยังคงอยู่ในลักษณะกระบอก ก่อนเอาเปลือกแข็งข้างนอกออกตรงปลายกิ่งไม้ครึ่งหนึ่ง เหลือชั้นข้างในที่เป็นสีเขียวอ่อน จากนั้นวางไว้ตรงปากแล้วเป่าเบาๆ
“ตู…”
“เหอะ อาตมายังช่ำชองเทคนิคนี้อยู่ ฮ่าๆ” นกหวีดต้นหลิวแบบนี้เป็นหนึ่งในของเล่นที่ฟางเจิ้งต้องทำในฤดูใบไม้ผลิทุกปี ไม่ได้สนุกปาก และก็ไม่ได้มีลูกเล่นอะไร แต่เป็นความรู้สึกชอบ ฟางเจิ้งเป่าทีหนึ่ง กระรอกน้อยหูตั้งขึ้นโดยพลัน กระโดดมาอยู่บนบ่าเขา เอียงหัวมองของเล่นในปากฟางเจิ้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฟางเจิ้งหัวเราะเหอะๆ เป่าต่อไป
ตู!
กระรอกถอยไป แต่