“วางใจเถอะ พวกเขาไม่กล้ามาแล้วละ ถ้ามาอีกผมจะจัดการเอง” หูจื่อเดินเข้ามาเอ่ย
ฟางเจิ้งประนมสองมือ “ประสกหูจื่อ การกลับใจคือฟากฝั่ง ถ้ายังยึดมั่นในความหลงผิดไม่รู้แจ้ง พวกเขาห้าคนก็จะมีจุดจบของพวกเขา”
หูจื่องงเล็กน้อยเหมือนกัน พวกเหมียวหลงแค่ถูกหักมีดเท่านั้นเอง จะมีจุดจบอะไร? หูจื่อก็ไม่ใส่ใจ แต่เขาไม่กล้าหาเรื่องอะไรฟางเจิ้งแล้ว หักมีดด้วยมือเปล่า ฟันแทงไม่เข้า น่ากลัวเหลือเกิน จึงรีบร้อนเอ่ยลาจากไป
เมื่อพวกหูจื่อไปแล้วก็ไม่มีอะไรอีก ฟางเจิ้งจึงบอกลากับชาวบ้าน
ในที่สุดจิ่งเหยียนก็เผยฐานะออกมา รับรองว่าจะตีแผ่ความจริงเรื่องนี้ออกไป พลังจากการตามสืบหาของสังคมจะช่วยพวกเขาได้จริงๆ แน่ พวกชาวบ้านส่งฟางเจิ้งกับจิ่งเหยียนออกจากหมู่บ้านด้วยความซาบซึ้งใจยิ่ง โดยเฉพาะพวกเด็กๆ ยิ่งจะยัดนกกระดาษที่พับด้วยตัวเองใส่มือฟางเจิ้ง หวังว่านกกระดาษนี้จะนำพาโชคดีมาให้เขาได้
ฟางเจิ้งเก็บไปอย่างระมัดระวัง และขึ้นรถจากไป ไม่มีใครเห็นเลยว่าบนต้นไม้ไกลๆ ขยับไหว มีสีแดงขยับวูบวาบผ่านไป
“ไต้ซือ ถามอะไรหน่อยสิคะ?” ระหว่างทาง จิ่งเหยียนอดใจไม่ไหว ในที่สุดก็ถามขึ้น
ฟางเจิ้งเห็นเธออ้ำๆ อึ้งๆ ตลอดทาง ในที่สุดก็ถามสักที เขาจึงผ่อนลมหายใจโล่งอกตามไปด้วย ไม่อย่างนั้นตนคงอึดอัดแทนจิ่งเหยียน
จิ่งเหยียนว่า “ไต้ซือ เอ่อ ฉันเห็นคลิปต้นกกข้ามฟากของท่านแล้ว ท่านใช้ต้นกกข้ามฟากจริงๆ เหรอคะ?”
ฟางเจิ้งยิ้ม “สีกาคิดว่าไงล่ะ?”
“