าไม่สูบบุหรี่ ขอบคุณ”
จิ่งเหยียนส่ายหน้าตาม
ชายคนนั้นดึงบุหรี่กลับไป “น้องชาย พวกเราต้องใช้สถานที่น่ะ เสร็จเรื่องแล้วขอทางหน่อยได้ไหม?”
จิ่งเหยียนขมวดคิ้ว “พวกคุณก็ทำการกุศลของพวกคุณไปสิ มาสนเรื่องพวกเราทำไม?”
“คุณผู้หญิงอย่าทำให้หมดสนุกน่า ผมพูดกับคุณดีๆ นะ แค่หลีกทางให้ไม่ได้เหรอ พวกเรามาทำบุญ พวกคุณก็มาทำบุญ พวกคุณแจกของเสร็จแล้วรึยัง แจกเสร็จแล้วก็รีบไปเถอะ จะมัวอยู่ทำไม? กินข้าวเที่ยงเหรอ?” ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้าเหมือนว่าตนโหดเหี้ยมมาก
จิ่งเหยียนไม่กลัวเลย คุณหนูใหญ่ฉุนเฉียวแล้ว ตอบด้วยความโมโหว่า “ฉันจะกินข้าวกลางวันที่นี่ จะทำไมเหรอ?”
ชายคนนั้นยังอยากพูดบางอย่างอีก แต่ฟางเจิ้งดึงจิ่งเหยียนไว้ พูดยิ้มๆ ด้วย “อมิตาพุทธ ประสกท่านนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่รบกวนพวกโยมแล้ว พวกเราจะไป…”
“หลวงพี่ ท่านจะทำอะไรน่ะ? ท่านกลัวพวกเขาเหรอ? มาทำให้ฉันโกรธ ฉันจะ…ฉันจะให้พวกเขาได้เห็นดีกัน!” จิ่งเหยียนเห็นฟางเจิ้งวิตกกังวลก็โกรธขึ้นมา ความกล้าหาญที่ใช้มือเดียวจับหมาป่าไปไหนแล้ว ทำไมถึงห่อเหี่ยวต่อหน้าคนชั่วพวกนี้?
ฟางเจิ้งหัวเราะเหอะๆ “อุบาสิกา จะรีบร้อนไปไหน? ดูสิ…”
จิ่งเหยียนเงยหน้าขึ้น เห็นชายโหดคนนั้นยืนอยู่ที่เดิม เอ่ยหน้ายิ้มว่า “ผู้หญิงสวยมากเลยนะ น่าเสียดายนิสัยเสียไปหน่อย แต่หลวงจีนผิดศีลนั่นรู้จักวางตัวดีมาก เราไม่ต้องลงมือก็หนีไปซะแล้ว หงอขนาดนี้ยังนัดสาวมาเที่ยวได้อีก…หลวงจีนนี่เป็