ทว่าจิ่งเหยียนไม่ได้ถาม แต่กดไว้ในก้นบึ้งหัวใจ ครั้นนึกถึงวิดีโอกับคำเล่าลือที่เห็นมาเมื่อวาน แววตาที่มองฟางเจิ้งยิ่งมีความเคารพมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีความอยากรู้อยากเห็นหลายส่วนว่าเป็นนักบวชแบบไหนกันแน่ หรือว่าจะเป็นพระพุทธองค์ที่มีชีวิต?
ตอนนี้เองฟางเจิ้งกล่าว “อมิตาพุทธ ถ้าประสกอยากช่วยอาตมาจริงๆ ก็ช่วยวางของให้หน่อย นี่เป็นงานที่ไม่เบานะ”
ชายคนนั้นมองของเล็กน้อยในกล่อง พลันยิ้มออกมา นี่ถือเป็นงานหนักอย่างนั้นเหรอ? ล้อเล่นรึเปล่า! ทว่าก็ยังเดินเข้ามาช่วยอย่างดีอกดีใจ
พวกชาวบ้านเห็นดังนั้นก็สนใจด้วย ทำงานจะได้หยิบของเหรอ ดีเลย!
ฉะนั้นแต่ละคนจึงมองฟางเจิ้งด้วยแววตามีความหวัง ฟางเจิ้งก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง กล่าวกับทุกคนว่า “บนรถยังมีของอีก มีใครอยากช่วยไหม?”
“ฉันๆๆๆ!”
“ฉันเอง!”
“ฉันแรงดี!”
………..
“พี่ชาย ถ้าหนูช่วยยกกล่อง ขอกล่องเครื่องเขียนกล่องหนึ่งได้ไหมคะ? หนูอยากได้สีชมพู…” เด็กหญิงน้อยที่เมื่อครู่จิ่งเหยียนจะให้ของเดินมาข้างฟางเจิ้ง ถามอย่างระมัดระวัง
ฟางเจิ้งมองชาวบ้านที่ล้อมกันเข้ามา ในนั้นยังมีพวกเด็กๆ ด้วย ฟางเจิ้งจึงยิ้มบางๆ พลางตอบ “ทุกคน อย่ารีบร้อน ขอแค่ช่วยงานก็มีค่าตอบแทนทั้งนั้น”
เมื่อสิ้นเสียงลง ชาวบ้านล้อมกันเข้ามา ชาวบ้านหลายคนที่ร่างสูงโปร่งมือยาวขนของทั้งหมดลงมาอย่างกระฉับกระเฉง
ไม่ต้องถึงมือฟางเจิ้งเลย จิ่งเหยียนเตรียมตัวไว้อย่างดีแล้ว จึงแจกจ่ายเสื้อผ้าให้เป็