นค่าตอบแทน ชาวบ้านที่ได้ของตอบแทนพลันยิ้มดีใจ คนที่มาช่วยไม่ได้ต่างผิดหวังเล็กน้อย…
โดยเฉพาะเด็กหญิงข้างกายฟางเจิ้ง เธอกะพริบตาโต เพราะตัวเตี้ย ไม่มีแรง จึงไปช่วยไม่ได้ น้ำตาแห่งความคับอกคับใจแทบจะร่วงลงมา เธอยืดคอมองไปในรถ อยากจะหาของเล็กๆ น้อยๆ อีก…น่าเสียดาย ในรถว่างเปล่าแล้ว…
จิ่งเหยียนเห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหว ขณะกำลังคิดหาวิธีนั้น
ฟางเจิ้งนั่งยองลงพูดกับเด็กหญิงน้อยว่า “สีกาตัวน้อย อาตมายังมีอีกอย่าง ช่วยไปเอามาให้อาตมาได้ไหม?”
ห่อกระดาษเล็กอันหนึ่งโผล่มาในมือฟางเจิ้งราวกับมายากล
จิ่งเหยียนตะลึงงัน ห่อกระดาษ? อย่างนี้ก็ได้เหรอ?
เด็กหญิงน้อยใสซื่อมาก ถือของวิ่งไปอย่างดีอกดีใจ และนำห่อกระดาษวางไว้บนกล่องอย่างระมัดระวัง จากนั้นยังกลัวว่าลมจะพัดกระดาษปลิวหาย จึงวางห่อกระดาษเข้าไปตรงจุดที่ดีที่สุดตรงระหว่างกล่อง จากนั้นถึงวิ่งกลับมาอย่างชอบใจ
ฟางเจิ้งหยิบกล่องเครื่องเขียนสีชมพูส่งให้เธอ พูดยิ้มๆ ว่า “ขอบคุณนะสีกาน้อย นี่คือสิ่งที่สีกาควรได้รับ ขอแค่สีกาพยายาม จะไม่มีอะไรที่สีกาไม่ได้มา”
เด็กหญิงพยักหน้าเหมือนเข้าใจและเหมือนไม่เข้าใจ ก่อนกอดกล่องเครื่องเขียนสีชมพูวิ่งไปอย่างมีความสุข
ส่วนชาวบ้านเหล่านั้นต่างมีสีหน้าคล้ายขบคิด ภายในใจดังกังวานเป็นคำพูดของฟางเจิ้งไม่หยุด ‘ขอแค่สีกาพยายาม จะไม่มีอะไรที่สีกาไม่ได้มา!’ พวกเขานึกถึงชีวิตของตัวเอง ทันใดนั้นก็มีคนเผยสีหน้าละอายใจ
“ในห่อกระดาษน