นอาชีพที่เนื้อหอมจริงๆ เลย” พูดจบชายคนนั้นหมุนตัวกลับ เดินไปราวกับมองไม่เห็นฟางเจิ้งกับจิ่งเหยียน
พวกคนหัวทองหลายคนที่เหลือก็เช่นกัน
จิ่งเหยียนมองฟางเจิ้งราวกับเห็นผี “หลวงพี่ นี่มัน…หมายความว่ายังไง?”
ฟางเจิ้งยิ้มบอก “อมิตาพุทธ แค่กลอุบายเล็กน้อยเท่านั้น เอาเถอะ พวกเราดูไปเงียบๆ ดีกว่า อาตมาก็อยากรู้มากเหมือนกัน กลิ่นอายบาปกรรมจากตัวคนพวกนี้หนักมาก ไม่เหมือนคนมาทำบุญเลย จะทำบุญกันยังไง? หรือแค่ทำเอิกเกริกสร้างกุศลไปอย่างนั้น…ฟังจากที่พวกเขาพูดแล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ทำไมถึงไม่เห็นกลิ่นอายของบุญกุศลเลย”
ฟางเจิ้งบอกว่าเป็นกลอุบายเล็กๆ น้อยๆ ทว่าจิ่งเหยียนกลับทำหน้าราวกับเห็นผี แต่พอนึกถึงวิดีโอเมื่อวานก็เข้าใจ ทอดถอนใจอยู่ภายใน ‘ดูแล้วต้นกกข้ามฟากคงเป็นเรื่องจริง’
จิ่งเหยียนว่าต่อ “นี่แหละเป้าหมายที่ฉันมาค่ะ คนพวกนี้ไม่ได้มาหมู่บ้านสะพานบูรพาเป็นครั้งแรก ทำเรื่องที่ทุกคนไม่น่าให้อภัย แต่ไม่มีหลักฐานอะไร เลยไม่รู้ว่าข่าวลือเป็นจริงไหม”
“ครั้งนี้สีกาเลยมาเพื่อสืบเรื่องนี้เหรอ” ฟางเจิ้งถาม
จิ่งเหยียนพยักหน้า จากนั้นหยิบมือถือออกมาบันทึกภาพไว้พลางพูดขึ้น “หวังว่าข่าวลือจะไม่จริงนะ ไม่อย่างนั้น…คนพวกนี้มีโทษควรตายเป็นหมื่นครั้ง!”
ฟางเจิ้งถามด้วยความแปลกใจ “ข่าวลืออะไรหรือ?”
จิ่งเหยียนส่ายหน้า “หลวงพี่ฟางเจิ้ง ยังจำที่ฉันพูดกับท่านตอนมาที่นี่ได้ไหม ที่บอกว่าเข้าหมู่บ้านแล้วจะเห็นเอง ฉันว่าใ