าพอเข้าไปใกล้หมู่บ้าน ฟางเจิ้งขมวดคิ้ว
รถแล่นเข้าไปในหมู่บ้าน มีกลุ่มคนล้อมเข้ามา คนที่เดิมทีนั่งยองคุยกันอยู่หน้าหมู่บ้านต่างนั่งลงกับพื้น ทำท่าทางเหมือนป่วยอ่อนแรง
ชาวบ้านที่ล้อมเข้ามามีชายหญิงและเด็กน้อย ทว่าทุกคนไม่พูดอะไร มองจิ่งเหยียนเงียบๆ กระทั่งมีคนมองด้วยสายตาระแวง
ตอนนี้เอง พวกผู้ใหญ่หลายคนวิ่งมาดึงเด็กออกไปไกลๆ ไม่ให้เด็กเข้าใกล้รถยนต์
จิ่งเหยียนจอดรถหน้าหมู่บ้าน หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมแล้วลงจากรถไป
ฟางเจิ้งมองฟ้าครึ้มข้างนอกพลางส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เข้าใจว่าจิ่งเหยียนจะสวมแว่นกันแดดทำไม ถึงจะมีแสงสะท้อนจากหิมะทำให้เกิดอาการตาบอดหิมะง่ายๆ ก็เถอะ แต่ว่านั่นต้องอยู่ตามทุ่งสีขาวทั้งหมดถึงจะเป็นได้ ในหมู่บ้านไม่ได้ขาวขนาดนั้น แสงสะท้อนไม่ได้แรงมาก ไม่มีความจำเป็นต้องสวมแว่นกันแดดเลย
พวกชาวบ้านมองจิ่งเหยียน ความตื่นตัวในแววตาน้อยลงหลายส่วน
จิ่งเหยียนยิ้มๆ บอก “สวัสดีทุกคน ฉันจิ่งเหยียน ไม่พูดมากล่ะนะ ในกระโปรงหลังรถฉันมีของจะให้พวกคุณ ทุกคนมาดูเร็ว ต้องการอะไรก็เอาไปได้เลย”
พูดจบจิ่งเหยียนก็เปิดกระโปรงรถ
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นพลันขมวดคิ้ว จิ่งเหยียนหมายความว่าไง? ถึงคนจะจน แต่ก็พูดแบบนี้ด้วยไม่ได้ล่ะมั้ง?
…………………