่งเหยียนมีฐานะดี ฟางเจิ้งรู้แต่แรกแล้ว ไม่อย่างนั้นตอนแรกพวกนั้นคงไม่เกรงกลัวเธอขนาดนั้น ดังนั้นจึงคิดอย่างมีเหตุผลว่าจิ่งเหยียนต้องมาบริจาคด้วยจิตใจดีงามอย่างแน่นอน
แต่จิ่งเหยียนกลับส่ายหน้าอย่างแน่วแน่ ยิ้มเยาะตอบว่า “ช่วยเหลือ? ไม่ใช่ ฉันมาหาความจริงต่างหาก! มีบางคนหน้าด้านมากเกินไป!”
“เอ่อ…หมายความว่า?” ฟางเจิ้งงงงัน
“หลวงพี่ ท่านยังไม่รู้จักหมู่บ้านสะพานบูรพา เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อก็ได้นะคะ แต่ฉันเชื่อว่าท่านเป็นนักบวชดี เดี๋ยวเข้าหมู่บ้านนี้ไปท่านจะเห็นเอง จากนั้นบอกมาได้ว่าท่านคิดยังไงโอเคไหม? ฉันก็ไม่อยากให้ความรู้สึกกระทบถึงการตัดสินของฉันเหมือนกัน และก็ไม่อยากเอาคำพูดคนอื่นมาทึกทักเอาเองด้วย” หลังจากไปวัดเอกดรรชนี เวลาจิ่งเหยียนทำอะไรจะระวังมากขึ้น ไม่ตัดสินตามอำเภอใจอีก จะต้องทำการบ้าน ศึกษาให้ดีก่อนถึงสรุป
ฟางเจิ้งไม่เข้าใจความหมายของจิ่งเหยียน แต่ก็พอใจกับคำขอนี้มากเหมือนกัน เลยพยักหน้าตกลง “อมิตาพุทธ อาตมาจะลองดู”
ระหว่างทางจิ่งเหยียนอยากจะพูดแต่ก็หยุดไปหลายครั้ง มาถึงริมฝีปากแล้วก็ยังไม่พูด ถึงฟางเจิ้งจะอยากรู้อยากเห็นบ้าง แต่อีกฝ่ายไม่บอกเขาก็จะไม่ซักถาม สองคนจึงไปถึงหมู่บ้านสะพานบูรพากันอย่างเงียบๆ
ทางเข้าหมู่บ้านมีประตูใหญ่ผุพังบานหนึ่ง บนประตูเขียนว่ายินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านสะพานบูรพา สองด้านข้างมีคำคมของเอกบุรุษ ให้ความรู้สึกที่ไม่แย่มากนัก
ทว่