ัวบินลงมาจากฟ้าอยู่ตรงหน้าฟางเจิ้ง ยืนอยู่ตรงนั้น เอียงหัวคล้ายๆ ว่ากำลังฟัง
ทว่าไม่มีใครมองเห็นทุกอย่างนี้ ทุกคนตกอยู่ในห้วงพระคัมภีร์ที่ฟางเจิ้งบรรยาย
ตอนนี้เอง ฟางเจิ้งพลันนึกถึงตำนานหนึ่ง หลังจากพระโพธิธรรม (ปรมาจารย์ตั๊กม้อ) มาจากตะวันออก คำพูดยังไม่ลื่นไหล ท่านไม่บรรยายธรรม เล่าถึงพระธรรมไม่ได้ จึงขึ้นเขาไปนั่งฌานสมาธิ โดยที่ไม่พูดอะไรเลย แต่กลับถ่ายทอดคัมภีร์และพระธรรมได้ ก่อนหน้านี้ฟางเจิ้งไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เข้าใจอะไรหลายอย่างแล้ว คำพูดเป็นเครื่องมือสื่อสาร แต่ไม่ใช่แค่อย่างเดียว! ตอนนี้เขาไม่ได้พูดภาษาสันสกฤตแน่นอน และก็ไม่ใช่ภาษาจีนด้วย แต่เป็นภาษาที่เชื่อมต่อจิตวิญญาณในระดับที่สูงกว่า ไม่ว่าใครก็ฟังเข้าใจ!
ดังนั้นอภินิหารที่พระโพธิธรรมไม่ต้องพูดแต่กลับถ่ายทอดได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
มองไปข้างล่างทุกคนเหมือนลุ่มหลงมัวเมา ส่วนฟางเจิ้งเป็นทุกข์มาก เพราะเขาพูดอะไรเมื่อครู่ยังได้ยินอยู่ แต่พอพูดไปได้ไม่กี่ประโยคตัวเขากลับไม่ได้ยินแล้ว! ฟางเจิ้งรู้สึกแค่ว่าคับอกคับใจ เขาก็อยากฟังเหมือนกัน อยากตระหนักรู้พระธรรมในระดับสูงกว่า! แต่ไอ้เวรนี่แล่นผ่านในใจอย่างเร็วรี่ อับจนหนทาง ได้แต่อดกลั้นไว้! ทว่าความรู้สึกนี้ทำให้เขาหัวเสีย เหมือนนั่งยองอยู่ในโรงหนังที่ฉายหนังน่าเบื่อมาก คนอื่นดูกันอย่างสนุกสนาน มีเพียงฟางเจิ้งที่ไม่อิน แถมยังออกมาก่อนไม่ได้ด้วย…น่าเบื่อโว้ย!
เวลาผ่านไปทีล