ะนาที ดวงตะวันลับภูเขาไปแล้ว ดวงจันทร์ลอยขึ้นฟ้า แสงเงินสาดส่องลงมา เนื่องจากเหล่านักบวชอยู่ในห้วงการฟังจึงไม่มีใครไปเปิดไฟ ทั้งวัดจึงสลัวเล็กน้อยภายใต้แสงจันทร์ แต่กลับมีความศักดิ์สิทธิ์เพิ่มหลายส่วน
ตอนนี้เอง ฟางเจิ้งมองเห็นกลางกลุ่มคนเหมือนมีบางสิ่งขยับ น่าเสียดายไกลเกินไป มองเห็นไม่ชัด
เมื่อเวลาผ่านไป มีบางสิ่งปรากฏอย่างต่อเนื่อง ขยับไปมา จนเมื่อฟางเจิ้งพยายามตรวจดู ก็เกิดเสียงดังตรงหน้าเขา ในซอกบนพื้นหินมีหน่ออ่อนเบียดเสียดงอกเงยขึ้นมา หน่ออ่อนเติบโตอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งออกใบ ออกดอกตูมก่อนจะผลิบาน!
ฟางเจิ้งตะลึงค้าง นี่มันดอกบัว!
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งได้ยินเสียงปุดๆ มากขึ้น ดอกบัวผุดออกมาจากรอบๆ ไม่หยุด ประหนึ่งหน่ออ่อนใหม่หลังฝนพรำ ผลิบานกลางสายลมหนาว! แสงเงินส่องลงบนดอกบัว เปล่งแสงระยิบระยับ พลังชีวิตเอ่อล้น ในเวลาเดียวกันยังมีความน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์ที่ยากจะคาดเดาเผยออกมาเด่นชัดกว่าเดิม!
‘ลิ้นบัวเบ่งบาน ลิ้นบัวเบ่งบาน โอ้โหท่านพระพุทธองค์! มีบัวเบ่งบานจริงๆ ด้วย! แล้วถ้าเป็นปฐพีหลั่งน้ำแร่ทองล่ะ…จะเกิดขึ้นไหมเนี่ย?’ ฟางเจิ้งใจสั่นสะท้านพลางตรึกตรองถึงบัตรปฐพีหลั่งน้ำแร่ทองที่จับได้ในเวลาต่อมา จะต้องบรรยายที่วัดเอกดรรชนีเท่านั้น ถึงตอนนั้นต้องกังวลเรื่องเงินอีกไหม?
“อ๊บ!” ตอนนี้เอง มีเสียงกบดังแว่วมา คัมภีร์ของฟางเจิ้งปลุกเจ้ากบตัวนี้ตื่นขึ้น มันกระโดดขึ้นมาบนใบบัวและฟังธร