รม!
บัดนี้ฟางเจิ้งตกตะลึงกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนชาไปหมดแล้ว ได้แต่มองทุกอย่างอึ้งๆ
หนึ่งคืนผ่านไปท่ามกลางเรื่องราวปาฏิหาริย์เหล่านี้ หลังบัตรบัวเบ่งบานสิ้นสุดในวินาทีสุดท้าย ในที่สุดฟางเจิ้งก็ได้ลิ้นกลับมา ในที่สุดเจ้านี่ก็ไม่กระดกมั่วซั่วไปมาสักที
‘ว้าว ความรู้สึกที่กลับมามีอำนาจควบคุมอีกครั้งนี่มันดีจริงๆ!’ ฟางเจิ้งสัมผัสความรู้สึกของลิ้น ปลงอนิจจังอยู่ในใจ
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งมองไปรอบๆ เห็นนักบวชทุกรูปยังตกอยู่ในห้วงธรรมถอนตัวไม่ขึ้น เขาเลยถอนหายใจโล่งอก ถ้าตื่นมาเห็นสัตว์พวกนี้เต็มพื้นกับดอกบัวเข้า เขาก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง
ฟางเจิ้งรีบยืนขึ้น ไม่กลับกุฏิแล้ว ไม่มีของให้เก็บด้วย จึงมาหน้าประตูใหญ่เตรียมจะหนีไป! ผลคือพบว่าประตูใหญ่ของวัดเมฆาขาวมีกลอนประตู แถมยังมีที่ล็อกประตูไฟฟ้า! เขาหมดหนทางได้แต่ปีนกำแพง กระโดดขึ้นไปใช้สองมือเกาะสันกำแพงแล้วตะกายขึ้นไปด้านบน ทว่าภาพข้างนอกวัดทำให้เขาทึ่มทื่อ!
ตรงประตูใหญ่วัดเมฆาขาวมีวัวนอนหมอบอยู่ห้าหกตัว มีสุนัขสองตัว กระต่ายสิบกว่าตัว ข้างๆ มีนกอินทรีนอนหมอบอยู่อีกหนึ่งตัว…สัตว์พวกนี้ล้วนทำหน้าเหมือนฟังบรรยายอยู่ ส่วนจะมีใจศรัทธาหรือไม่นั้น ฟางเจิ้งยากจะมองออกจากใบหน้ามีขนจริงๆ ถึงยังไงพุทธคัมภีร์ก็เหนี่ยวนำคนให้เข้าสู่ห้วงการคิดพิจารณาตัวเองในระดับลึกซึ้ง เหนี่ยวนำให้มีทัศนคติต่อคุณค่าที่ถูกต้อง คนเราต่างกัน ความเข้าใจก็ต่างกัน ส่วนที่ว่าจะ