หนึ่งคือมาก มากคือหนึ่ง คนมากมายเข้าใจว่าจิตใจให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง ทุกสรรพสิ่งหวนคืนสู่หนึ่ง ฟ้าใหญ่ดินใหญ่ มีเพียงจิตใจที่ใหญ่ที่สุด! ไม่เคยมีใครใคร่ครวญในมุมง่ายๆ แบบนี้มาก่อน
ฟางเจิ้งพูดในวันนี้ ทุกคนเหมือนเห็นทางสว่าง พลันเข้าใจแจ่มแจ้ง!
เหมือนกับตัวพวกเขาเอง ทำไมถึงมีความทุกข์? ปากบอกละได้ แต่ความจริงละได้จริงๆ เหรอ? ถ้าละได้จริงๆ ทำไมถึงมีการโต้วาทีธรรมะตัดสินแพ้ชนะ ไม่ใช่การส่งเสริมกันหรือแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างจริงใจ? ทุกคนยิ่งคิดยิ่งละอายใจ เมื่อมองฟางเจิ้งอีกครั้ง ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้เขาไม่เคยแก่งแย่งใครเลย สุดท้ายก็ถูกผลักให้ขึ้นเวที ทุกคนมองแววตาบริสุทธิ์และรอยยิ้มเจิดจรัสของฟางเจิ้งแล้วต่างรู้สึกละอายใจในตัวเองเล็กน้อย
อี้หังตะลึงค้างอยู่กับที่ เดิมทีคิดว่าฟางเจิ้งเป็นคนลวงโลก ตอนนี้ดูๆ แล้วอีกฝ่ายไม่ใช่คนลวงโลก แต่เป็นนักบวชอย่างแท้จริง! เป็นผู้มีปัญญาที่แท้จริง!
อี้หังอดใจไม่ไหวถามขึ้น “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ในเมื่อท่านตระหนักรู้ได้แบบนี้ ทำไมเมื่อครู่ถึงไม่โต้วาทีกัน?”
ฟางเจิ้งไม่ยอมบอกแน่ว่าไม่มีความรู้เลยสู้ไม่ได้ แต่ทำเป็นไม่รู้อีโหน่อิเหน่เพื่อตบตา ยิ้มตอบไปว่า “โต้วาทีคือไม่โต้วาที ไม่โต้วาทีคือโต้วาที”
ทุกคนงงงวย คิดอยู่นานก็ไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร สุดท้ายแต่ละคนต่างมีคำอธิบายของตัวเอง ก่อนจะรู้สึกว่าฟางเจิ้งลึกลับมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนนี้ต้นกกข้ามฟาก