ตอนนี้บรรยายเกี่ยวกับคัมภีร์ ท่าทางไม่ธรรมดา ใครจะกล้าดูถูกเขา?
ทว่าอี้หังก็ยังไม่พอใจ แต่กลับไม่กล้ายั่วยุฟางเจิ้งอีก ถึงกระนั้นเขาก็ได้ความคิดหนึ่ง บอกว่า “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง คำวิจารณ์เมื่อครู่เหมือนกับได้ราดน้ำมนต์เลย เป็นประโยชน์แก่อาตมามากทีเดียว โดยเฉพาะที่เจ้าอาวาสตระหนักรู้จากฟ้าดินและทุกสรรพสิ่ง ไม่ใช่ตำราคัมภีร์โบราณ มันทำให้อาตมาเข้าใจทันที ขอให้เจ้าอาวาสฟางเจิ้งถ่ายทอดให้มากกว่านี้ด้วย”
อี้หังนำร่องแล้ว ทุกคนจึงได้สติกลับมา และพากันส่งเสียง
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้งถ่ายทอดต่อด้วย”
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง เมื่อกี้พูดสั้นไป ไม่ถึงใจเลย ขอยาวๆ หน่อยเถอะ”
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ที่ท่านพูดเมื่อกี้ดีมากเลย พวกเราอยากฟังมากกว่านี้อีก!”
……
ฟางเจิ้งเห็นทุกคนตะโกนแบบนี้ก็แทบจะร้องไห้ ให้พูดมากกว่านี้? เมื่อครู่เขาเล่าไปหมดเปลือกแล้ว คิดว่าการตระหนักรู้เข้าฌานเป็นเรื่องง่ายจริงๆ รึไง! เขาอยู่บนเขานานขนาดนั้นยังตระหนักได้เล็กน้อย เมื่อครู่เล่ามาหมดแล้ว ตอนนี้จะให้เล่าอะไรอีก?
ดังนั้นฟางเจิ้งเลยตอบไปว่า “ทุกท่าน นี่ก็ใช้เวลานานแล้ว ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับภูเขา ถ้าเล่าต่อไปทุกคนจะหิวแย่”
“คนโบราณกล่าวไว้ว่า ยามเช้าได้ฟังเต๋า ยามเย็นตายก็ไม่เป็นไร! วันนี้ได้ฟังเต๋า ท้องหิวจะแค่ไหนกัน?”
“ใช่ เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ไม่ต้องเกรงใจ บรรยายต่อเถอะ”
“เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ไม่ต้องกังวลว่าพวกเราจะหิวหรอก มีบรรยายธรรมแล้วไม่