กินข้าวได้!”
“ใช่ๆๆ…”
ฟางเจิ้งได้ยินแบบนั้นก็อยากจะร้องไห้จริงๆ คิดในใจว่า ‘พวกนายว่ายามเช้าฟังเต๋า ยามเย็นตายก็ไม่เป็นไร ก็แค่พูดนั่นแหละ แต่ถ้าให้พูดต่อฉันน่ะตายจริงๆ แน่ ไม่มีอะไรเลยจะให้พูดอะไร? แล้วก็นะ ใครเกรงใจพวกนายกัน? พวกนายไม่คิดจะเกรงใจให้อาตมาไปกินข้าว นอนหลับ แล้วพรุ่งนี้รีบแวบกลับไปบ้างรึไง?’
ตอนนี้เอง หลวงจีนหงเหยียนกล่าว “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง บรรยายต่อเถอะ”
หลวงจีนไป๋อวิ๋นเสริมเช่นกัน “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ทุกคนจริงใจกันขนาดนี้ เชิญบรรยายเถอะ อาตมาก็อยากฟังเหมือนกัน ท่านตระหนักรู้พระธรรมจากธรรมชาติ เมื่อครู่ที่ท่านบรรยายมาจริงๆ แล้วเหมือนกับที่อาตมาคิดเลย”
ทุกคนได้ยินแบบนั้นพลันตกใจสะดุ้ง ฟางเจิ้งคิดเหมือนกับหลวงจีนไป๋อวิ๋น! นี่เท่ากับว่าหลวงจีนไป๋อวิ๋นก็มั่นใจในความเข้าใจของเขา นี่มันสุดยอดไปเลย! ทุกคนเลยยิ่งอยากฟังต่อ!
ในใจฟางเจิ้งเต็มไปด้วยความขมขื่น ตอนนี้พระอาจารย์ชั้นเอกสองท่านพูดแบบนี้ เขาจึงเหมือนกลายเป็นเป็ดถูกวางไว้บนหิ้ง! ขี่อยู่บนหลังเสือลงมาไม่ได้แล้ว
อี้หังเห็นพระอาจารย์ชั้นเอกสองท่านเอ่ยแบบนี้ก็วางใจ คิดในใจว่า ‘เป็นคนลวงโลกไหม จะได้รู้ตอนนี้ล่ะ! ถ้าเป็นพระอาจารย์ ฉันจะยอมรับผิดและขอขมาเขา ถ้าเป็นพระปลอม แดนพุทธก็ไม่ควรมีนักบวชน่ารังเกียจแบบนี้ใช่ไหม?!’
ชั่วขณะที่ฟางเจิ้งกำลังปวดหัวหนักอยู่นั้น
“ติ๊ง! ให้ช่วยอะไรไหม?” ระบบถามขึ้น
“อย่ากวนน่า นายจะช่วยอะไรไ