เณรมองเงาแผ่นหลังฟางเจิ้งด้วยอาการอึ้งเล็กน้อย จากนั้นยิ้มมุมปากบางๆ
ฟางเจิ้งเข้าประจำตำแหน่งแล้ว ที่เหลือไม่เกี่ยวกับเขาอีก เมื่อหลวงจีนไป๋อวิ๋นเจ้าอาวาสวัดเมฆาขาวขึ้นเวที กล่าวเปิดพิธีอะไรแล้ว ก็เริ่มพิธีสวดมนต์ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิอย่างเป็นทางการ!
โปรยกลีบดอกไม้ พรมน้ำมนต์ แสดงพระธรรม…
พิธีดำเนินมาจนถึงตอนกลางวัน จากนั้นวัดก็จัดเลี้ยง เชิญผู้คนรอบๆ มา…
ยามมองไปมีโต๊ะจัดวางไว้นอกวัด ญาติโยมที่มารับประทานอาหารมากันไม่ขาดสาย ปากประตูพระวิหาร อุโบสถกวนอิมและโถงพระอรหันต์เต็มไปด้วยควันธูป! หากมองไกลๆ จะเห็นควันลอยขึ้นฟ้า! เห็นความเรืองรองของแสงธูปกับความยิ่งใหญ่ของงานแล้ว ทำเอาฟางเจิ้งพูดไม่ออกด้วยความตกใจ แอบตัดสินใจภายในใจเงียบๆ ว่า ‘อนาคตวัดเอกดรรชนีจะต้องจัดพิธีใหญ่แบบนี้ให้ได้…ไม่ใช่ พิธีที่ใหญ่กว่านี้ต่างหาก!’
จนถึงเวลาบ่ายสามกว่า พิธีสวดมนต์ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิอันโอ่อ่าจบลง ญาติโยมก็เหนื่อยแล้ว จึงพากันแยกย้ายกลับไป
ช่วงบ่ายสี่โมงกว่า วัดเมฆาขาวปิดประตูใหญ่ แต่นักบวชทั้งหมดยังอยู่
ฟางเจิ้งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เดิมทีคิดจะสอบถามสักหน่อย กลับเห็นนัยน์ตานักบวชทั้งหมดฉายแววตื่นเต้น ขณะเดียวกันทุกคนต่างจริงจังไม่น้อยไปกว่าพิธีสวดมนต์เมื่อครู่เลย
‘หรือว่าจะมีรายการอื่น?’ ฟางเจิ้งพึมพำในใจ
บัดนี้เอง หลวงจีนหงเหยียนเดินมาอยู่ข้างฟางเจิ้ง นั่งขัดสมาธิลง ก่อนยิ้มกล่าว “เจ้าอาวาสฟางเจิ้ง ส