าเชื่อหรือไม่เชื่อว่าฟางเจิ้งจะสำเร็จหรือไม่ล้วนเบิกตาโตมองเขา บ้างยังอยากหัวเราะ บ้างอยากเห็นปาฏิหาริย์ แต่กลับไม่มีใครกะพริบตา ละสายตาไม่ได้จริงๆ!
ฟางเจิ้งเหยียบบนต้นกก ไม่สนใจคนอื่นที่ร้องในใจว่าเดี๋ยวก็จมหลายต่อหลายครั้ง แต่เขายังคงยืนบนแม่น้ำอย่างมั่นคง ใต้เท้าเป็นต้นกกต้นเดียว! จากนั้นโบกมือตบพายุ เกิดเสียงดังปัง ตัวเขาพุ่งไปข้างหน้า! ลากบนผิวน้ำเป็นรอยเส้นสีขาว!
“พระเจ้า! ปาฏิหาริย์!”
“มายก๊อด! อะไรวะเนี่ย!”
“มายากลเหรอ? มหัศจรรย์เกินไปรึเปล่า? หลวงจีนนั่นเป็นใครกัน?”
เฮยเกอเถ้าแก่เรือตะลึงค้างอยู่กับที่ ขยี้ตาไม่หยุด ทั้งยังพึมพำอยู่คนเดียว “ต้องตาฝาดแน่ๆ จะเป็นไปได้ไง?”
บนผิวแม่น้ำ ท้องน้ำเป็นคลื่นขึ้นลง สายลมพัดผ่าน แฝงไว้ด้วยหิมะที่พัดมากับสายลมไกลๆ แสงตะวันในหน้าหนาวมีความเย็นอย่างเห็นได้ชัดหลายส่วน ทว่าแสงที่สาดลงบนผิวน้ำกลับแวววาว
อีกทั้งบนผิวน้ำยังมีหลวงจีนจีวรขาวมาพร้อมรอยยิ้มเจิดจ้า สองมือโบกสะบัดตลอดเวลา แล่นผ่านไปบนผิวน้ำ! จีวรขาวกระพือใต้สายลม ลอยล่องดั่งเซียน ประหนึ่งพระพุทธองค์ประทับในโลกมนุษย์!
ตู้เหล่าเห็นภาพนี้ เหล่านักบวชบนผามองภูมิลำเนาเห็น พริบตานั้นทุกคนอึ้งอยู่กับที่ด้วยสีหน้าสับสน
ไม่รู้ว่าใครตะโกนเป็นคนแรก “ต้นกกข้ามฟาก! ต้นกกข้ามฟากจริงๆ!”
“ถ้านี่ไม่ใช่มายากล แต่เป็นของจริงล่ะก็ นี่คือปาฏิหาริย์! ตอนนั้นพระโพธิธรรมมาจากตะวันตก ใช้ต้นกกข้ามฟาก ปุถุชน