ดังนั้นอู้หมิงจึงตรงเข้าไป “หลวงจีนไป๋อวิ๋นครับ ตามที่อาตมารู้มาฟางเจิ้งเป็นคนหยิ่งยโส ตอนแรกพวกนักเขียนพู่กันจีนขึ้นเขา เขาดันปิดประตูไม่ต้อนรับ ไม่ให้เกียรติใครแถมยังปล่อยหมามากัดคน เมื่อไม่นานมานี้อาตมาได้ยินว่าเขาไม่คิดจะเข้าร่วมพิธีสวดมนต์เพื่อสิริมงคลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ คิดว่าพวกเราเป็นนักบวชลวงโลก”
“ท่านนี้คือ?” หลวงจีนไป๋อวิ๋นไม่มีท่าทีโกรธ แต่มองอู้หมิงอย่างอ่อนโยน
อู้หมิงแสดงความเคารพทันที “อาตมาศิษย์ของหลวงจีนหงเหยียนจากวัดผาแดง อู้หมิง สวัสดีครับหลวงจีนไป๋อวิ๋น”
“ที่แท้ก็ศิษย์คนเก่งของเจ้าอาวาสหงเหยียน ขอโทษที่เสียมารยาทนะ” หลวงจีนไป๋อวิ๋นตอบ
อู้หมิงจะพูดบางอย่าง แต่มีหลายคนเดินเข้ามา คนนำหน้าคือหลวงจีนหงเหยียน หลวงจีนไป๋อวิ๋นเป็นหัวใจหลักของวัดเมฆาขาว เดินไปที่ไหนจะมีคนสนใจตลอด อู้หมิงพลันเข้าไปใกล้ ไม่มีทางที่หลวงจีนหงเหยียนจะไม่เห็นเขา? กลัวว่าอู้หมิงจะก่อเรื่องเลยจงใจเดินมา ได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเข้าพอดี
หลวงจีนหงเหยียนขมวดคิ้ว ถามอย่างเคร่งขรึม “อู้หมิง นักบวชไม่พูดโกหก ท่านพูดจริงๆ รึ?”
อู้หมิงเห็นหลวงจีนหงเหยียนมาแล้วถามตนด้วยสีหน้าไม่เชื่อจึงเกิดความคับอกคับใจภายใน พูดในใจว่า ‘ผมติดตามท่านมาหลายปี ทำไมไม่เชื่อใจผมบ้าง? ผมเป็นตัวอะไรในใจท่านกันแน่? เสียแรงที่ผมคิดแทนวัดผาแดงทุกอย่าง คิดหาวิธีพัฒนาเชื่อเสียงวัดผาแดงสุดชีวิต ท่านแก่แล้ว สติเลอะเลือนจริงๆ…’
อู้หมิงโกรธ ต