้เหล่าพยักหน้า “ก็ใช่ หลวงจีนนั่นฉันไม่คุ้นหน้าเลย แต่เจ้าหนูอย่างท่านใช้ได้”
อู้หมิงกล่าว “แน่นอน ตู้เหล่า อาตมาขึ้นเขาไปก่อนนะ ทางนี้ฝากท่านด้วย”
“ไปเถอะ เห็นว่าจะรวมกันที่ผามองภูมิลำเนา ท่านเห็นตรงนี้ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรฉันจะไปหาท่าน” ตู้เหล่ากล่าว
อู้หมิงดีใจใหญ่ รีบบอกลาไป
‘รวมที่ผามองภูมิลำเนาจริงๆ ฮ่าๆ…ดีมาก ร่วมพิธีสวดมนต์ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิพลางได้เห็นเจ้าเด็กทึ่มยืนเหม่ออยู่ริมฝั่งแม่น้ำด้วย ฮ่าๆ…ประเสริฐๆ! ระบายความแค้นแล้วโว้ย!’ อู้หมิงดีใจ ฮัมเพลงเบาๆ พลางขึ้นเขาไป เขาเหมือนเห็นวัดเอกดรรชนีหงอยเหงา จากนั้นปิดวัด
อู้หมิงขึ้นเขามาก็เจอกับคนจากวัดต่างๆ พอสมควร เขากระซิบข้างหูหงเสียงว่า “นายไปดูตรงตีนเขา อย่าให้เกิดความผิดพลาดเรื่องฟางเจิ้งอย่างเด็ดขาด”
“วางใจเถอะศิษย์พี่อู้หมิง ตู้เหล่าเป็นอาผมเอง รับรองว่าช่วยท่านจัดการได้แน่!” พูดจบหงเสียงก็ลงเขาไป
หงเสียงลงเขามาแล้วนั่งข้างตู้เหล่า มองฟางเจิ้งอีกฟากของแม่น้ำที่วนไปวนมาไม่ไปไหน ก่อนหัวเราะเยาะในใจ ‘ไอ้หนู แกทำให้คนมาจุดธูปวัดพวกเราน้อยลง ฉันก็จะให้วัดแกเปิดต่อไปไม่ได้เหมือนกัน…หึๆ…’
ตอนนี้ฟางเจิ้งกลัดกลุ้มจริงๆ แล้ว เรือไม่รับเขา จะข้ามแม่น้ำยังไง
ชั่วขณะที่กำลังจนตรอกนั้น ผิวน้ำพลันหมุนม้วนเกิดฟองอากาศ ฟางเจิ้งปิ๊งไอเดีย ยิ้มกล่าว “มีสิ!”
ฟางเจิ้งนั่งยองลงพูดข้างแม่น้ำ “มีปลาไหม?”
หงเสียงอีกฟากเห็นฟางเจิ้งพลันนั่งยอง