อยู่ในมือ ใครจะกล้าไม่ให้นายสำเร็จพระอรหันต์?”
………
ฟางเจิ้ง จูหลินมองตากันแล้วอึ้งไป พวกยอดฝีมือแต่งเรื่องตลกอยู่บนรถหมดแล้ว!
พอมีคนพูดแทรกแบบนี้ สองคนจึงคุยกันไม่ได้ ประกอบกับรถแล่นเข้าอุโมงค์เลยไม่มีสัญญาณ จูหลินเห็นว่าไม่ว่าจะแหย่ฟางเจิ้งยังไง อีกฝ่ายก็จะยิ้มอบอุ่นและนอบน้อม รักษาระยะห่างตลอดเวลา จึงไม่มีอารมณ์หยอกล้อฟางเจิ้งต่อ เลยนอนหลับไป
รถแล่นออกจากเขตเมือง เริ่มมีคนขึ้นรถมาเรื่อยๆ คนมากขึ้นเรื่อยๆ
ฟางเจิ้งพิงอยู่ข้างหน้าต่าง ตรึกตรองถึงภาพหลังไปวัดเมฆาขาว น่าเสียดายไม่เคยไป ได้แต่นึกถึงเรื่องลามก
ตอนนี้เองมือข้างหนึ่งยื่นเข้ามาเงียบๆ คลำที่กระเป๋าถือใบเล็กข้างจูหลิน
ฟางเจิ้งขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองเห็นชายร่างกำยำกำลังมองเขาเหมือนกัน ดวงตาถลึงโตราวกับดวงตาวัว ปาดมือตรงปาก วางมาดว่าฉันโหดมากพร้อมพูดเบาๆ “ดูวิวข้างนอกไป!”
ฟางเจิ้งเข้าใจทันทีว่าเจอกับโจรเข้าแล้ว! แถมยังเป็นโจรที่โหดมากด้วย! มองไปรอบๆ บางคนหลับ บางคนขวางอยู่ข้างชายร่างกำยำ ทำให้คนอื่นมองไม่เห็นทางนี้ เห็นได้ชัดว่านี่ทำกันเป็นขบวนการ!
“มองวิวข้างนอก!” ชายร่างกำยำกล่าวอีกครั้ง
ฟางเจิ้งมองจูหลินที่ยังคงหลับพลางถอนหายใจ ประนมสองมือ “อมิตาพุทธ โยมเบาเสียงหน่อย อย่ารบกวนฝันหวานคนอื่น”
“ไอ้ห่าไม่เข้าใจภาษาคนรึไงวะ? หันไป ไม่อย่างนั้นฉันจะหั่นแกซะ!” ชายร่างกำยำทำหน้าโหดกว่าเดิม ขณะเดียวกันยังควักมีดปลายแหลมออกมา