เมล็ดสนพลางดึงหูสองข้างของเขาเพื่อระบายความโกรธตลอดเวลา
“ถึงบนเขาจะสงบ แต่ก็น่าเบื่อจริงๆ…” ฟางเจิ้งยืนอยู่ข้างหน้าผา มองทอดไกล หิมะหยุดตกแล้ว วันนี้อากาศดีอย่างพบเห็นได้ยาก ไม่มีพายุ ไม่มีหิมะ บนฟ้ายังมีเมฆรูปร่างต่างๆ ประทับไว้รางๆ
ดวงตะวันสาดแสงสุดท้ายก่อนหายไปจากเส้นขอบฟ้า ดวงจันทร์กลับลอยขึ้นช้าๆ แสงจันทร์สีขาวเงินสาดส่องบนพื้นดิน สะท้อนทั้งภูเขาให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ฟางเจิ้งยืนอยู่บนหน้าผา เห็นแสงไฟในหมู่บ้านใต้ภูเขา เห็นรางๆ ว่ามีร่างเงาคนเดิน แต่ไม่นานก็มองเห็นไม่ชัด
“ฟ้ามืดอีกแล้ว แต่ละวันผ่านไปเหมือนกับเหาะเลย พวกนายว่าจะมีวันหนึ่งที่ฉันตื่นมาก็แก่เลยไหม?” ฟางเจิ้งพึมพำไปอย่างนั้น
กระรอกทำเสียงหึหึ “เดินไม่ไหวสิดี ประหยัดจนมาขโมยเมล็ดสนฉันบ่อยๆ…นายมันไอ้คนไม่ทำงาน รู้จักแต่กิน”
หมาป่าเดียวดายเห่าสองที “ถ้าอย่างนั้นฉันยังมีข้าวกินอยู่ไหม?”
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูดกับเจ้าโง่สองตัวที่ตอบไม่ตรงคำถาม คนกับสัตว์มีช่องว่างระหว่างกันอยู่จริงๆ…
วี๊ด!
ปัง!
ตอนนี้เองเกิดเสียงดังสนั่นฟ้า ต่อมาเป็นดอกไม้ไฟมหึมาระเบิดออกตรงหน้าฟางเจิ้ง ส่องแสงไปทั้งฟ้า
“เอ๋งๆๆ…” หมาป่าเดียวดายตกใจจนร้องและวิ่งหนีไป
กระรอกมุดเข้าไปในจีวรฟางเจิ้ง ตกใจจนฟางเจิ้งร้องเสียงดัง “นี่ๆๆ ออกมาเลย มุดไปไหนน่ะ! กางเกง…กางเกง…ไข่!”
เสียเวลาอยู่นานถึงดึงกระรอกออกมาจากจีวรได้ เพียงแต่ราคาต้องจ่ายค่อนข้างมาก เจ็บไข่…
วี๊ด!
เส