ียงดังสนั่นอีกครั้ง
ฟางเจิ้งคว้ากระรอกไว้แน่นเดี๋ยวมันจะมุดเข้าไปอีก จากนั้นถอยไป หันไปมองก็เห็นหมาป่าเดียวดายนอนอยู่ข้างกองหิมะ เอาหัวมุดเข้าไปข้างใน ก้นใหญ่และเนื้อแน่นโผล่มาข้างนอก หางยังพยายามแนบเข้าไประหว่างขา แทบจะยัดเข้าไปในรูก้นอยู่แล้ว
ปัง! ดอกไม้ไฟสวยงามอีกดอกระเบิดกลางฟ้า ทำเอากระรอกตกใจจนกอดมือฟางเจิ้งไว้ หดตัวเป็นก้อน…
ฟางเจิ้งส่ายหน้าก่อนเตะก้นหมาป่าเดียวดายไปทีหนึ่ง “เจ้าโง่ กลัวอะไร? นี่มันดอกไม้ไฟ ยิงบนฟ้าไม่มีอันตรายหรอก สวยออก แล้วก็นะแกมันหมาขี้ขลาด จะเป็นผู้ปกปักวัดฉันได้ยังไง? ฉันกำลังคิดอยู่นะว่าจะไล่แกออกดีไหม…”
สิ้นเสียง หมาป่าเดียวดายดึงหัวออกมาจากในกองหิมะทันที เชิดหน้ายืดอกขึ้น ทำท่าทางว่าฉันยังไหว
วี๊ด!
เกิดเสียงดังสนั่น หมาป่าเดียวดายขาอ่อน อยากจะวิ่ง ทว่าฟางเจิ้งวางท่าข่มขู่ว่าถ้านายวิ่งจะไม่ให้ข้าวกิน เลยอดทนเอาไว้
ปัง!
ดอกไม้ไฟอีกดอกกระจายออกข้างหน้าผา ดอกไม้ไฟสีสันหลากสีระเบิดกลางฟ้า พริบตานั้นเองดวงตาหมาป่าเดียวดายตั้งตรง…อ้าปากกว้าง แลบลิ้น เห็นได้ว่ายอมให้กับภาพงดงาม
ครั้งนี้กระรอกแอบชำเลืองตามอง จนมั่นใจแล้วว่าไม่มีอันตรายและสวยงามมากจริงๆ แล้วถึงมายืนอยู่ในมือฟางเจิ้ง เมล็ดสนที่มันถืออยู่ในมือร่วงหล่น ปากเล็กอ้าออก ดวงตาโตแวววาว ดูน่ารักมาก
แชะ!
ฟางเจิ้งถ่ายรูปหมู่ทันที เก็บไว้เป็นที่ระลึก หน้าตาเจ้าสองตัวที่เห็นดอกไม้ไฟครั้งแรกก็ไม่เลว…เลยตรึ