ฟางเจิ้งโดนเด็กหญิงน้อยน่ารักหยอกล้อ เพียงแต่ตอนนี้เด็กหญิงขาดหายรอยยิ้มในตอนแรกไป มีความเศร้าเพิ่มมาหลายส่วน เห็นได้ชัดเธอรู้เรื่องบิดาถูกตัดสินประหาร เขาจึงลูบหัวเสียวหมี่ลี่ “ไม่เป็นไร โยมทั้งสอง ถ้าจิตใจว้าวุ่นจริงๆ ก็ไปหาพระโพธิสัตว์ที่อุโบสถดู ไม่แน่พระโพธิสัตว์อาจจะช่วยพวกโยมขจัดความทุกข์ได้ อย่างน้อยๆ พระโพธิสัตว์ก็เป็นผู้ฟังที่ดีที่สุด”
หลู่ซวงซวงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นต้องขอบคุณไต้ซือที่ให้การต้อนรับนะคะ ยังไงไต้ซือช่วยพาหมี่ลี่ไปหน่อยค่ะ”
ฟางเจิ้งมองหมี่ลี่ที่ตาโตน่ารักพลางพยักหน้าเล็กน้อย “โยมวางใจ”
“อืม” หลู่ซวงซวงพยักหน้า ยืนขึ้นเดินไปอุโบสถ
เพียงแต่ว่าในใจหลู่ซวงซวงไม่คิดอย่างนั้นจริงๆ เธอไม่ใช่คนเชื่อเรื่องศาสนา แต่เป็นนักศึกษาเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ในมุมมองเธอ พุทธะก็ดี เทพก็ดี ล้วนเป็นความหวังที่จิตใจคนสร้างขึ้นมา ของเหล่านี้ เชื่อก็จะมีอยู่ ทว่าที่มีอยู่นี้เป็นการมีอยู่แบบปลอมๆ เพียงแต่แสร้งว่ามีคนคนหนึ่ง จากนั้นนำความลับและถูกผิดยัดใส่อีกฝ่าย อีกทั้งยังได้รับการอภัยจากอีกฝ่ายด้วย ทว่านี่เป็นการหลอกตัวเอง ความจริงเป็นการให้อภัยตัวเองก็เท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจเรื่องการขอพรหรือเล่าเรื่อง เธอเข้าอุโบสถก็ไม่คิดว่าพระพุทธจะช่วยเธอได้ เพียงแค่อยากหาโอกาสให้ตนอยู่เงียบๆ แล้วร้องไห้เท่านั้น…
ตอนนี้ขาดแขนหนักแน่นไว้พึ่งพิงไปแล้ว แถมบนบ่าแขนอ่อนแอของเธอยังมีลูกสา