วกับทุกอย่างของครอบครัว กดดันเธอจนเหนื่อยมาก ล้ามาก กระทั่งสับสนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอนาคตจะไปทางไหน มีที่ยึดเหนี่ยวอย่างเดียวคืออยากดูแลลูกสาวให้เติบใหญ่ ที่เหลือไม่รู้อะไรเลย…
เธออยากร้องไห้ แต่เธอที่เป็นเสาหลักครอบครัวจะร้องไห้ต่อหน้าลูกสาวไม่ได้เด็ดขาด เลยได้แต่อดกลั้นไว้
โทษของหานเซี่ยวกั๋วหนักเกินไป ถึงขั้นญาติพี่น้องก็ให้อภัยเขาไม่ได้ แม้แต่หลู่ซวงซวงกับหานเสียวหมี่ยังแบ่งเส้นกับเขา ตอนนี้ทั้งโลกเธอหาที่รับฟังคนที่สองไม่เจอเลย หาสถานที่และคนที่ทำให้เธอวางใจอยู่เงียบๆ ร้องไห้ไม่ได้
สุดท้ายเธอก็มาที่นี่ ความจริงเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงมา…
แต่เป้าหมายที่มาที่นี่แค่อยากร้องไห้เท่านั้น…จากนั้นยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป แม้โลกนี้จะกลายเป็นมืดครึ้มก็ตาม
ทว่าทันทีที่หลู่ซวงซวงเดินเข้าอุโบสถ จิตใจเธอผ่อนคลายลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความคิดที่กดดันอารมณ์ความรู้สึกลดน้อยลงมาก ราวกับประตูกักน้ำปล่อยฟางเส้นสุดท้าย ความเศร้าหลั่งทะลักออกมา หลู่ซวงซวงคุกเข่าลงบนเบาะนั่ง ร้องไห้เป็นสาวเจ้าน้ำตา
ฟางเจิ้งพาหานเสียวหมี่มายืนหน้าประตู หลู่ซวงซวงหันหลังให้สองคน หานเสียวหมี่จึงไม่รู้ว่าหลู่ซวงซวงร้องไห้ แต่ฟางเจิ้งรู้ บ่าสั่นแบบนั้นอธิบายทุกอย่างแล้ว
“หัวโล้นใหญ่คะ แม่หนูทำอะไรอยู่?” หานเสียวหมี่ถาม
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ขยี้หัวเธอ “กำลังคิดถึงเรื่องบางอย่าง เรื่องที่สำคัญ หัวโล้นน้อยมีผมแล้ว จากนี้จะเรียกเสีย