็นธรรมดา! ทว่าฟางเจิ้งก็ยังประนมสองมือ “โยม ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก โลกมีความทุกข์ยากมากมาย กิเลสบดบังดวงตา ยากจะเลี่ยงช่วงที่มองเห็นไม่ชัด”
เฉินจินพยักหน้า “แกเป็นเด็กดีนะ รู้ว่าฉันไม่ใช่คนดีแต่ก็ยังช่วยครอบครัวฉัน ชีวิตนี้ฉันไม่เคยติดค้างบุญคุณใคร นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ชดใช้ทั้งชีวิตก็ไม่หมด”
ซูหงด่ายิ้มๆ “คำพูดแบบนี้ออกมาจากปากตาแก่อย่างคุณได้นี่ หายากจริงๆ นะ เหอะๆ…”
เฉินจินแบะปาก “นั่นเพราะฉันไม่ยอมคนอื่นหรอก?!”
เฉินหลงรีบกล่าว “ใช่ๆๆ พ่อเราเจ๋งที่สุด หลวงพี่ฟางเจิ้ง เอ่อ ขอถามหน่อยสิ นายลงเขายังไง? ทำไมถึงเร็ว…”
“อะไรๆๆ…มีอะไร? ควรถามก็ถาม ไม่ควรถามก็อย่าถาม” เฉินจินต่อว่าทันที เฉินหลงยิ้มหน้าเหยเกย เข้าใจความหมายของเฉินจิน
เห็นได้ชัดว่าฟางเจิ้งไม่อยากพูด พวกเขาก็จะไม่ถาม อย่างเช่นทำไมฟางเจิ้งถึงไม่กลัวไฟ ทำไมถึงแบกคานบ้านได้…คำถามเหล่านี้ถามไปจะรังแต่สร้างปัญหามากมาย
ส่วนเฉินจิน ตอนอยู่ตีนเขาเอะอะโวยวายอยู่ตลอดว่าจะขึ้นภูเขามาถาม ความจริงแล้วเขาก็พูดไปอย่างนั้น คนอื่นไม่เชื่อ แต่ภรรยาลูกตนเขาจะไม่เชื่อได้เหรอ? ไฟเผาไม่ตาย คนที่เขียนอักษรปกป้องคนได้ จะเป็นคนธรรมดาได้เหรอ? บินลงเขามาก็ถือว่าไม่แปลก
เขาคิดอะไรหลายอย่างระหว่างทาง คิดถึงสิ่งต่างๆ มากมาย ฟางเจิ้งเป็นคนมีความสามารถอย่างแท้จริง และยังเป็นผู้มีพระคุณกับเขา แน่นอนว่าเขาจะต้องปกป้อง จะไปสร้างปัญหาให้ฟางเจิ้งอีกได้ยังไง? ถ