เฉินจินหน้าแดง แต่ไม่โต้ตอบ
อู้หมิงยิ้ม “เฉินจินพูดก็มีเหตุผล แต่ลงเขาตอนนี้มันเสียเวลานะ อาตมาคิดว่าในเมื่อทุกคนมาแล้วก็ไปวัดเอกดรรชนีด้วยกันเลยเถอะ”
สิ้นเสียง หวังโอ้วกุ้ย หยางผิง เฉินจินต่างอึ้งงัน ไม่เข้าใจเล็กน้อยว่าอู้หมิงมีลับลมคมในอะไรซ่อนอยู่กันแน่
อู้หมิงกล่าว “โยมหวัง โยมหยางอย่าเข้าใจผิด อาตมารีบมาเพียงแค่คิดว่าคนชราและเด็กไปกันเยอะมาก เลยตั้งใจมาช่วย ส่วนทุกคนจะไปจุดธูปดอกแรกที่ไหนก็เหมือนกัน พวกเราบูชาพุทธศาสนา ไม่ใช่วัดใดวัดหนึ่ง บางคน ไม่ว่าอยู่ไหนแค่มีความจริงใจก็สัมฤทธิผล”
หวังโอ้วกุ้ยกับหยางผิงที่ได้ยินดังนั้นรู้สึกโล่งมาก บรรยากาศไม่อึดอัดอีก คนพวกนี้เลยเดินขึ้นเขาไป มีความเร่าร้อนเพิ่มขึ้นมาก
ขณะเดียวกันคำพูดอู้หมิงก็แพร่งพรายไป เดิมทีพวกชาวบ้านรู้สึกดีกับอู้หมิงอยู่แล้ว ถึงยังไงก็เป็นหลวงจีนที่ใกล้ชิดมากที่สุด ตอนนี้ได้ยินอู้หมิงพูดแบบนี้อีก จึงรู้สึกว่าอู้หมิงยอดเยี่ยม มีความเข้าใจ มีพุทธะ
ทุกคนขึ้นเขาไป อู้หมิงเดินไปข้างหน้าทีข้างหลังที ช่วยคนแก่และดูแลเด็กจริงๆ หวังโอ้วกุ้ยที่มองอยู่แอบพยักหน้า “อู้หมิงนี่ก็พอได้…”
แต่กลับไม่รู้ว่าอู้หมิงที่เดินไปเดินมาในกลุ่มคนมักจะพูดเบาๆ กับพวกชาวบ้านสองประโยค
“โยมท่านนี้ก็มาแย่งจุดธูปดอกแรกเหมือนกันหรือ?”
“ร่างกายฉันแบบนี้ยังจะแย่งอะไร แค่มาเที่ยวเล่นก็เท่านั้น”
“ไม่ได้นะ ธูปดอกแรกสำคัญ ถ้าได้จุดก่อนจะดวงชะตาพลิกดีขึ้น