พอเห็นอู้หมิงกับเฉินจินจึงร้องเวรในใจ นี่คงจะเกิดเรื่องแล้ว! ดังนั้นเลยรีบเรียกอู้หมิงไว้
อู้หมิงหัวเราะเหอะๆ “ไม่มีอะไร แค่เร็วๆ นี้ได้ยินว่าวัดเอกดรรชนีเกิดเรื่องมากมาย ตอนนั้นหลวงจีนหนึ่งนิ้วกับอาจารย์รู้จักกัน เลยตั้งใจมาเยี่ยมเยือน” ปากบอกแบบนี้ แต่ในใจไม่ใช่เลย ก่อนหน้านี้หยางผิงเรียกเขาไต้ซืออู้หมิง! วันนี้กลับเรียกหลวงพี่ รู้สึกว่าตัวเตี้ยลง ในใจย่อมไม่สุขสบาย!
แม้อู้หมิงจะรู้ว่าใครที่เป็นไต้ซือได้ แต่เขาที่หยิ่งยโสมากยังหวังจะให้ชาวบ้านโง่เขลาในสายตาตนเรียกเขาว่าไต้ซือ…
“เป็นอย่างนี้เอง หลวงพี่อู้หมิง ผู้ใหญ่บ้านอยู่ข้างหน้า ให้ผมพาไปไหม?” หยางผิงกล่าว
อู้หมิงพยักหน้า “ก็ดี รบกวนโยมด้วย”
หยางผิงให้ภรรยากับลูกตนเดินช้าหน่อย ส่วนตนพาอู้หมิงขึ้นไป เฉินจินตามอยู่ข้างหลัง เงียบกันตลอดทาง
“อ้าว หลวงพี่อู้หมิง ท่านมายังไงล่ะ?” หวังโอ้วกุ้ยเห็นอู้หมิง คิ้วก็ขมวดเป็นปม อู้หมิงเป็นหลวงจีนที่ต่างกับรูปอื่นในวัดผาแดง พวกหลวงจีนหงเหยียนจะลงเขาน้อยครั้งมาก ทว่าอู้หมิงกลับลงเขาประจำ ไปเยี่ยมเยือนผู้ใหญ่บ้าน เสมียนอะไรพวกนี้ตามที่ต่างๆ ทุกครั้งที่วัดมีงาน เขาจะไปป่าวประกาศ และมักจะมีเหตุผลให้ทุกคนเกรงใจเขา ช่วยกันป่าวประกาศด้วย
ในสายตาหวังโอ้วกุ้ย อู้หมิงไม่เหมือนนักบวช แต่เหมือนพ่อค้า! ทว่าเขาพูดไปไม่ได้ ถึงยังไงอู้หมิงก็ยังไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร แค่ประกาศวัดตนเท่านั้น เลยได้แต่ปล่อยผ